
เย็นวันนี้เราจะเดินทางไปยัง “ลี่เจียง” เมืองมรดกโลกอายุกว่า 800 ปี ที่มีภูเขาหิมะที่สูงกว่า 5,600m ตั้งตระหง่านอยู่คู่บ้านคู่เมือง อันเป็นจุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยวที่มาชมความสวยงามของธรรมชาติของมณฑลยูนนาน
พวกเรานั่ง Didi จากโซนเมืองเก่าต้าหลี่มาถึงที่สถานีรถไฟต้าหลี่ในเวลาประมาณ 16.30 น. ตั้งใจว่าจะมาเตรียมตัวรอขึ้นรถไฟก่อนชั่วโมงนึง เพราะรถไฟเย็นนี้ รอบรถที่เราจะต้องขึ้นคือเวลา 17.34น. รถขบวน C327 เกท 1 คันที่ 10




ที่สถานีต้าหลี่ คนไม่เยอะมากเท่าที่สถานีคุนหมิง มีเกทอยู่แค่ 2 เกทเท่านั้น พวกเราแวะเติมน้ำร้อนใส่กระติก เข้าแถวรอช่องซ้ายสุดสำหรับคนต่างชาติ พอถึงเวลาก่อนรถไฟออกไม่นานเขาก็เปิดให้เข้าไปที่ชานชาลา




รถไฟออกเวลา 17:34 น. โดยจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง พิเศษหน่อยตรงที่ขบวนนี้วิ่งขนานไปทางฝั่งขวาของทะเลสาบ Erhai เลยได้เห็นวิวทะเลสาบ และพระอาทิตย์ตกลับเหลี่ยมเขาผ่านทางหน้าต่างรถไฟตลอดทาง สวยมากๆ (พระอาทิตย์ตกในเดือนนี้ ในแถบนี้ ประมาณช่วง ใกล้ๆ 1 ทุ่ม) พอถึงเวลา 19.32น. ก็มาถึงสถานีรถไฟลี่เจียง ที่ระดับความสูง 2,400m เหนือระดับน้ำทะเล

อากาศที่ลี่เจียงช่วงค่ำๆ เดือนมกราคมประมาณ 14 องศาเซลเซียส จากชานชาลามีทางลาดลงกว้างๆ ให้นักท่องเที่ยวลากกระเป๋ากันได้สะดวก ในสถานีไม่มีห้องน้ำ ต้องเดินตามเส้นทางลูกศรที่พื้นออกมาด้านนอก แล้วเลี้ยวขวาไปยังโซนทางออกขึ้นรถสาธารณะ แล้วจะเจอห้องน้ำอยู่แถวนั้น


พวกเราเลี้ยวซ้าย เดินมาตรงโซนป้ายรถเมล์ ที่เป็นจุดรับส่ง Didi จากสถานีรถไฟลี่เจียงไปยังเมืองเก่าลี่เจียง (เมืองเก่าต้าเหยียน) ใช้เวลาประมาณ 30 นาที

เมื่อมาถึงลี่เจียง หน้าตาตึกรามบ้านช่องก็ดูเปลี่ยนไปจากตอนอยู่ต้าหลี่อย่างเห็นได้ชัด มีกลิ่นอายทิเบต และมีอาคารไม้สไตล์ชนเผ่าน่าซีให้เห็นมากขึ้น ปะปนไปกับตึกแบบสมัยใหม่ และบ้านทรงจีนแบบฮั่น ระหว่างทางไปเมืองเก่าจะผ่านโซนเมืองใหม่ที่มีห้างสรรพสินค้า และตึกสูง ดูเจริญและโมเดิร์น คล้ายๆ เมืองใหญ่ในจีนทั่วไป

โรงแรมของพวกเราตั้งอยู่บนเนินเขา ใกล้เขา Lion Hill เป็นโรงแรมที่สามารถมองเห็นวิวเมืองลี่เจียงจากบนเขาได้ในมุมกว้าง จากถนนเส้นหลักรถต้องขึ้นเนินไต่โค้งขึ้นมาส่งเราตรงจุดที่รถยนต์เข้ามาได้ ด้านในเมืองเก่าจะเป็นถนนคนเดิน มีต้องขึ้นลงบันไดอยู่หลายโซน บางโรงแรมจะมีบริการรับ-ส่งจากจุดขึ้นรถ หรือบางคนก็เลือกพักโรงแรมที่ไม่ได้อยู่บนเขาไปเลย เพื่อความสะดวก



พวกเราเดินมาประมาณไม่ถึง 100m ก็ถึงโรงแรม Yueshang Mountain Viewing Courtyard 阅尚·日照金山设计师观全景美宿·静谧花园(丽江古城狮子山店)เมื่อไปถึงโรงแรม เจ้าของที่พักกำลังผิงไฟอยู่ตรงเตาอุ่นพอดี เขาก็เชิญให้นั่งพักก่อน เพราะเราลากกระเป๋าลงเขามาเหนื่อยๆ บนพื้นที่สูง จากนั้นก็ชงชาผู่เอ๋อร์ให้พวกเราชิมด้วยตัวเอง พวกเราคุยกับเขาโดยการพิมพ์ Wechat เพราะมีฟังก์ชันแปลภาษาให้ สะดวกดีแบบ real-time เจ้าของโรงแรมแนะนำพวกเราว่าอย่าซื้อของฝากในเมืองเพราะแพง ถ้าอยากได้อะไรให้บอกเค้า เค้าจะพาไปซื้อ แล้วเขาก็ส่งแผนที่ต่างๆ มาให้






โรงแรมนี้เป็นโรงแรมไม้ที่ให้ฟีลเหมือนโรงเตี๊ยม ภายในโซน courtyard ของโรงแรม มีต้นแมกโนเลียขนาดใหญ่ออกดอกบานสะพรั่ง พวกเราขึ้นมาชั้น 2 เก็บกระเป๋าที่ห้องพัก แล้วเตรียมออกไปหาอะไรกินเป็นมื้อดึก






จากโซนโรงแรม เดินลงบันไดมาเรื่อยๆ จะมีร้านอาหาร, คาเฟ่,โรงแรม, ร้านขายของฝาก, ร้านขายของชำ อยู่ระหว่างทางตลอด ร้านขายน้ำหอมหรือเสื้อผ้าก็ยังมี สามทุ่มกว่าแล้วแต่คนก็ยังเดินกันเยอะในคืนวันธรรมดา ที่ต้องระวังคือเวลาลงบันไดต้องระวังลื่นนิดหน่อย เพราะพื้นเป็นหินแกรนิตแบบโบราณ สถานที่ท่องเที่ยวใหญ่ๆ ในจีนนี่ช่วงกลางคืนเปิดไฟแสงสีขาวสว่างมากๆ ข้อดีคือปลอดภัยเวลาขึ้น-ลงบันได แต่ก็มีข้อเสียคือมนตร์ขลังของบรรยากาศความเป็นเมืองเก่ายามค่ำคืนดูลดลง

เมืองนี้เป็นที่อยู่อาศัยหลักของ ชาวน่าซี ซึ่งมีวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ โดยเฉพาะ “วัฒนธรรมตงปา” ที่มีอักษรภาพ (Hieroglyphs) เพียงหนึ่งเดียวในโลกที่ยังมีการใช้งานจริงในปัจจุบัน ที่ใช้มาเป็น 1,000 ปีแล้ว และยังได้รับการขึ้นทะเบียนทางวัฒนธรรม โดย UNESCO ด้วย


ความโดดเด่นของลี่เจียงคือ เป็นเมืองโบราณที่ไม่มีกำแพงเมือง ตามความเชื่อของตระกูลมู่ (ผู้ปกครองในสมัยนั้น) ว่าการสร้างกำแพงจะเหมือนการกักขังตัวเอง




ในเมืองโซนด้านล่างที่ไม่ได้อยู่บนเขา จะมีซอกซอยมากมายเหมือนเขาวงกต สลับกับสะพานหินที่มีมากกว่า 300 แห่ง พาดผ่านลำคลองสายเล็กสายน้อยที่ทอดผ่านหน้าบ้านทุกหลัง มีกังหันน้ำคอยผันน้ำอยู่ตลอด ริมลำธารที่น้ำใสมากๆ จะถูกประดับประดาด้วยดอกไม้สวยงาม ซึ่งเราจะไปชมในวันพรุ่งนี้ วันนี้น่าจะไม่ได้ไปไหนไกลจากโซนโรงแรม ยังอยู่บนเขากันไปก่อน
มื้อดึกของพวกเราวันนี้คือร้านปิ้งย่างข้างทางนี่แหละ อิ่มแน่นอน ทุกอย่าง 10 หยวน พวกเราสั่งเป็นเนื้อย่างเสียบไม้, ลี่เจียงปาปา (โรตีสไตล์ลี่เจียง) และเต้าหู้ร้อนๆ อร่อยคลายหนาว






ตอนเดินกลับโรงแรม เส้นทางคือต้องขึ้นบันไดขึ้นเขาไปยาวๆ พวกเราแวะพักหายใจเป็นระยะๆ โรงแรมบนเขาวิวสวยก็จริง แต่ถ้าใครเดินทางแล้วมีผู้สูงอายุ ที่ไม่สะดวกจะขึ้นลงบันไดชันๆ เยอะๆ แนะนำให้เลือกพักโรงแรมโซนที่ไม่ได้อยู่บนเขาจะดีกว่า ลี่เจียงตั้งอยู่บนที่สูง อากาศเบาบาง ต้องทำอะไรช้าๆ ใช้แรงเยอะแล้วจะเหนื่อยง่ายหน่อย
คืนนี้พวกเราทานยา Diamox เป็นวันแรก เพราะวันมะรืนแพลนว่าจะขึ้นยอดภูเขาหิมะมังกรหยก เรื่องการทานยาป้องกันอาการแพ้ที่สูง แนะนำให้รับคำแนะนำจากแพทย์ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ, ผู้มีโรคประจำตัว หรือคนที่แพ้ยาบางชนิด พวกเราไม่เจอผลข้างเคียงใดๆ (บางคนมีอาการมือชา) แต่ช่วงที่ทานยาช่วงแรกๆ จะเข้าห้องน้ำบ่อย เพราะตัวยามีฤทธิ์ขับปัสสาวะ
น่าแปลกที่ที่พักที่นี่กลับให้ความรู้สึกอยู่สบายเหมือนอยู่บ้าน อาจจะด้วยความเหนื่อยล้าของร่างกายด้วย ทำให้หลับสบาย ในบ้านไม้สไตล์น่าซี ที่ต้องเปิดฮีตเตอร์สู้กับความหนาวเหน็บในฤดูหนาวบนที่สูง
Steps: 10,994

Day 4: 26th Mon
เช้าวันต่อมา เวลา 8 โมงกว่า อากาศด้านนอก 1 องศาเซลเซียส ช่วงเดือนมกราคมที่ลี่เจียงพระอาทิตย์ขึ้นเวลา 8 โมงเช้า ช่วงเช้าๆ เลยหนาวเป็นพิเศษ วันนี้เป็นวันที่พวกเราแพลนว่าจะต้องซักผ้าให้ได้ เลยมารอซักผ้าเป็นคิวแรก ที่พักที่นี่จำกัดช่วงเวลาซักผ้าช่วงเวลา 9 โมงเช้า ถึงสามทุ่มครึ่ง เพื่อไม่ให้เสียงดังรบกวนห้องพัก (เพราะเป็นอาคารไม้) เจ้าของโรงแรมจัดแจงเทผงซักฟอก ตั้งคำสั่งเครื่องซักผ้าให้พวกเรา แล้วพวกเราก็ไปทานอาหารเช้าของโรงแรม




อาหารเช้าของที่นี่เป็นบะหมี่ยูนนานปรุงใหม่ๆ โดยคุณป้าแม่บ้าน เส้นบะหมี่เป็นเส้นข้าว ใส่เห็ด ไข่ต้ม และหมูสับ พอทานอิ่มแล้วเค้าก็ยังชวนให้เติมได้อีกเรื่อยๆ ใจดีมากๆ พวกเรารอให้ผ้าซักเสร็จประมาณ 10 โมงนิดๆ ก็นำมาตากแขวนในห้องพัก แล้วเตรียมตัวเดินทางออกไปเที่ยวในวันนี้

ก่อนจะออกไปข้างนอกก็แวะไปจุดชมวิวของโรงแรม ห้องพักบางห้องจะเห็นวิวเดียวกันนี้เลย เป็นวิวเมืองลี่เจียงในมุมสูง เห็นหลังคาบ้านเมืองโบราณ และทิวเขาในมุมกว้าง ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา

Yún dī’àn
พวกเราเดินไปยังตรงจุดเรียกรถ แล้วเรียก Didi เพื่อเดินทางไปคาเฟ่ Yún dī’àn ใช้เวลา 30 นาที คาเฟ่นี้เป็นคาเฟ่ยอดฮิตที่ใครๆ ก็อยากมาถ่ายรูปบนหลังคากระท่อม โดยมีฉากหลังเป็นภูเขาหิมะมังกรหยก บางคนก็มาตั้งแต่ช่วงพระอาทิตย์ขึ้นเลย เพื่อถ่ายรูปตอนที่แสงสีทองทอดผ่านยอดภูเขาหิมะ

ที่คาเฟ่นี้มีจุดถ่ายรูปหลายจุดมากๆ มีทั้งเตียง outdoor, กระท่อมไม้ที่ขึ้นหลังคาได้, หลังคาคอกม้า, เก้าอี้บนเนินเขา, ม้าโยก, ทุ่งหญ้า ฯลฯ ส่วนที่เห็นเป็นธงกระโจมทิเบตไกลๆ นั่นเป็นของร้านข้างๆ นะ


ภายในก็จะมีทั้งเครื่องดื่มและอาหารให้สั่ง หรือจะสั่งเป็นเซทย่างผักแคมป์ปิ้งก็มี ราคาที่นี่อาจจะแพงกว่าร้านทั่วไปอยู่ประมาณ 20% แต่สำหรับสายถ่ายรูป มาที่นี่ยังไงก็คุ้ม
พวกเราสั่งชานมร้อน ที่มีกลิ่นข้าวบาร์เลย์สไตล์ทิเบตมาจิบในอากาศหนาวประมาณ 10 กว่าองศา วันนี้ลมแรงและแดดแรงมากๆ จนแทบจะไม่ได้ถอดแว่นกันแดด ฟ้าใสสุดๆ เดือนมกราคมจะเป็นเดือนที่แถบนี้จะไม่ค่อยมีฝน ถ่ายรูปได้ฟ้าสีฟ้าสดๆ ไปเลย แต่ก็จะอากาศหนาวหน่อย ดอกไม้ยังบานไม่เยอะแต่ก็พอมี


วิวหลังคากระท่อมยอดฮิต รอคิวประมาณ 10 นาที วันนี้คนไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่









มุมถ่ายรูป ภายในคาเฟ่




โซนหลังคาคอกม้า เป็นอีกมุมที่ถ่ายรูปได้สวย
Baisha Ancient Town

จากคาเฟ่ Yún dī’àn พวกเราเรียก Didi ไปกันต่อที่หมู่บ้านโบราณไป๋ชา ซึ่งอยู่ใกล้ๆ ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาทีเท่านั้น

หมู่บ้านไป๋ชาเป็นบ้านเกิดของตระกูล มู่ (Mu) ตระกูลที่ปกครองดินแดนของชาวน่าซีมาหลายร้อยปี ซึ่งชาวน่าซี (Naxi) เป็นชนพื้นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในลี่เจียง

นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของ เส้นทางการค้าชา-ม้า (Ancient Tea Horse Road) เส้นทางการค้าที่เชื่อมต่อใบชาจากยูนนาน ไปแลกกับม้าจากทิเบตผ่านเทือกเขาสูงชัน ไปจนถึงอินเดียอีกด้วย เส้นทางการค้านี้ เดินทางค้าขายมาถึงล้านนาเลยทีเดียว









สองข้างทางมีร้านขายของที่ระลึก, ร้านชานม, ร้านขนม, เสื้อผ้า สารพัด แต่ละร้านก็มักจะมีบริการชิมฟรี แจกหน้าร้าน จริงๆ แล้วไป๋ชานี่มีร้านเก๋ๆ เยอะนะ ดูไม่ซ้ำหรือ touristy เท่าเมืองเก่าลี่เจียงในความรู้สึกเรา พวกบาร์ที่มีให้นั่งผิงไฟตรงกลางร้านก็มี คาเฟ่ที่ขึ้นหลังคาได้ก็มีเพียบ








พอเดินมาถึงสี่แยกก็มีบริการอุ้มลูกแกะให้คนถ่ายรูปหลายเจ้าเลย แล้วนักท่องเที่ยวก็ชอบด้วย อุ้มแกะถ่ายรูปกันเพียบ










ร้านที่ไป๋ชานี่ก็มีน้องหมาน้องแมวนั่งหน้าร้านเรียกลูกค้าเพียบ เหมือนที่ต้าหลี่เลย ใครชอบสัตว์น่ารักๆ นี่มาเที่ยวยูนนานจะฟินมาก พวกเราเลี้ยวขวาจากตรงสี่แยก แล้วเดินตรงมาเพื่อเดินหาร้านอาหารสไตล์น่าซีทานเป็นข้าวกลางวัน





ร้าน Xinguo Najia Restaurant ร้านอาหารของชาวน่าซี พวกเราขึ้นมานั่งกันที่ชั้น 2 เวลาบ่ายๆ นี่ไม่มีใครเลยนอกจากเรา (แต่ตอนจะกลับก็มีมาเพิ่มอีกโต๊ะนึง) การ์ดลงไปสั่งอาหารที่ชั้นล่าง โดยที่แต่ละคนก็พูดภาษาจีนกันไม่ค่อยเข้าใจ เจ้าของร้านก็พูดจีนกลางไม่คล่องแต่เขียนได้ การ์ดก็พูดจีนกลางไม่คล่องแต่อ่านได้ ก็เลยสื่อสารกันโดยการเขียนเอา น่ารักดี

อาหารที่สั่งมาคือเมนูเด็ดของร้านนี้ “หม้อไฟคาราวาน” โดยจะเป็นการเอาผักต่างๆ กับ เนื้อสัตว์ซึ่งในนี้จะเป็นเนื้อหมู มาต้มรวมๆ กัน เมนูนี้คือ อิงจากคาราวานเส้นทางการค้าชา-ม้า / มันฝรั่งผัดน้ำมันชา เป็นมันฝรั่งลวกน้ำให้พอกรอบๆ แล้วผัดกับน้ำมันชา จานนี้คือชอบมากๆ / ยำเต้าหู้ถั่วลูกไก่ หน้าตาเต้าหู้เหมือนเฉาก๊วย แล้วรสสัมผัส ก็เหมือนเฉาก๊วยจริงๆ ยำเผ็ดๆ เลย แซ่บมาก เต้าหู้ถั่วลูกไก่เป็นอาหารแถบนี้ ริมถนนในเมืองก็มีขายแบบทอด คนต่อแถวซื้อเพียบ / ข้าวผัดน่าซี
ที่ร้านนี้ เราขอขึ้นไปเดินบนดาดฟ้าของร้านได้ วิวดีมากๆ เห็นภูเขาหิมะด้านหลัง

บนหลังคาตรงนี้จะเห็น ตุ๊กตาแมวกระเบื้องอ้าปาก ซึ่งสำหรับคนที่นี่ถือเป็นเครื่องรางเฝ้าบ้านที่จะคอยป้องกันสิ่งไม่ดี
และอ้าปากกว้างๆ รับโชคลาภ ทุกบ้านจะมีรูปปั้นแมวกระเบื้อง อยู่บนหลังคากันหมดเลย ทั้งต้าหลี่ และลี่เจียง แมวกระเบื้องมีที่มาจากความเชื่อของคนแถบนี้ที่บูชาเสือในสมัยก่อน

ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่ามีร้านขายของที่ระลึกหลายร้านที่ต้าหลี่และลี่เจียง ขายตุ๊กตาแมวอ้าปากที่ดีไซน์ออกมาดูเป็นตัวการ์ตูนน่ารักๆ หลายร้านเลย










เดินกลับไปโซนสี่แยกแล้วเดินผ่านซุ้มประตูที่เขียนว่า “ไป๋ซา” โซนนี้มีร้านเก๋ๆ เยอะเลย ทั้งร้านทิเบต และร้านที่ขายของคราฟต์ ของทำมือ ที่มีคนนั่งเพนท์ให้ดูหน้าร้านสดๆ พวกคาเฟ่ที่ขึ้นหลังคาไปถ่ายรูปได้ก็อยู่ในโซนนี้แหละ
















พวกเรามาขึ้นหลังคากันต่อที่ Sanshu Home Café สั่งเป็น ลาเต้หอมหมื่นลี้ กับ ทีรามิสุเบอร์รี่ป่า ที่ด้านบนเอาผงชาเขียวโรยเขียนว่าไป๋ชา ร้านมีหลายชั้น หลายโซน โซนที่ไม่ใช่ชั้นดาดฟ้าก็มีที่นั่งเยอะ โซนดาดฟ้าก็มีลูกค้านั่งอยู่บ้าง ต้องผลัดๆ กันถ่ายไม่ให้ติดคน

ฟ้าใส เมฆสวยพอดี ในโซนนี้มีคาเฟ่หลังคาอยู่หลายร้านเลย



พักจิบกาแฟ ทานขนมกันเสร็จ ก็ลงมาเดินเที่ยวหมู่บ้านไป๋ชากันต่อ






ร้าน TAROT COFFEE ร้านนี้เป็นคาเฟ่ธีมเวทย์มนตร์ มีไพ่ TAROT ประดับกำแพงด้านนอกเก๋ๆ ชอบมาก




Lijiang Old Town

เดินเล่นกันซักพัก ก็ได้เวลา เรียก Didi กลับไปที่เมืองโบราณลี่เจียง พวกเราลงรถที่ประตูทางทิศใต้ ซึ่งจะเป็นที่ตั้งตลาดของกิน Zhongyi ที่เปิดในช่วงเย็นๆ มีร้านรวงหลากหลาย ร้านส้มตำก็มี




จากตลาดเดินไปไม่ไกล พวกเราไปกินข้าวเย็นกันที่ร้าน ZhaZha Mi Xian โดยที่ร้านนี้จะเด่นในเรื่องของเส้นหมี่ข้ามสะพาน ตอนสั่งอาหารมีปัญหานิดหน่อย คือเขาใช้ Meituan แล้วเราสแกน Alipay ที่เชื่อมกับบัตร travel card จ่ายไม่ได้ เพราะเราไม่มีเบอร์จีน แต่เขาก็แก้ปัญหาให้ คือสั่งอาหารตรงกับพนักงานเลย แล้วให้เขาทำ QR code ที่เป็นราคาที่เราต้องชำระมาให้เราสแกนจ่ายเลย แบบนี้ก็ง่ายดี









ที่สั่งไปคือเส้นหมี่ข้ามสะพานในซุปมะเขือเทศ, นมทอด, ลี่เจียงปาปาพายเนื้อ และ หมูสันในชุบแป้งทอด มาพร้อมกับพริกหม่าล่าให้จิ้ม ร้านนี้อร่อยมากๆ ดูเป็นร้านที่คนจีนเข้าเยอะ คนแน่นจนต้องขึ้นมานั่งที่ชั้น 2 ภายในร้านก็ตกแต่งดูชิควัยรุ่นดี แต่ลูกค้าในร้านคือมีทุกวัย


จากนั้นเราก็เดินเล่นชมเมืองลี่เจียงกันต่อ จุดนี้ชื่อ Zhisan Alley คือมีร่มประดับด้านบนทั้งซอยเลย





ร้านชานมจามรี Princess Naxi Yak Fresh Milk Tea ร้านนี้มีหลายสาขาเลย พวกเราสั่งเมนูชื่อ Feng Hua Xue Yue เป็นชาอู่หลงกลิ่นดอกไม้กับนมจามรี





อาคารไม้ที่ลี่เจียงมักจะมีสัญลักษณ์ปลาคู่ห้อยอยู่ใต้จั่วหลังคา ตามความเชื่อว่าเป็นเครื่องรางป้องกันอัคคีภัย






เดินมาถึงโซนสะพานหินใหญ่ ลี่เจียงมีลำคลองสายเล็กสายน้อยมากมาย มีกังหันน้ำใหญ่คอยผันน้ำอยู่ มีสะพานหินทอดผ่านลำคลองกว่า 300 แห่ง โซนริมลำธารนี้มักจะมีดอกไม้ประดับประดาสวยงามตลอดทั้งปี โดยเฉพาะช่วงฤดูใบไม้ผลิจะสวยเป็นพิเศษ คนที่เช่าชุดพื้นเมืองมาใส่ถ่ายรูป มักจะมาถ่ายรูปกันบริเวณนี้



ห้องน้ำสาธารณะออกแบบให้เข้ากับบรรยากาศเมืองโบราณ สะอาดมากๆ มีพนักงานคอยทำความสะอาดตลอด



แวะทักทายแมวร้านขายของที่ระลึก ตัวนี้เชื่องมาก ชอบคนมากๆ









พวกเราเดินกลับไปโซน Market Square แถวนี้มีร้านอาหารหลายร้าน บางร้านก็มีนักดนตรีแสดงสดอยู่บนชั้น 2 ประชันกับร้านอื่นๆ รอบๆ





ช่วงค่ำ มีระบำน่าซีรอบกองไฟ คือเค้าสนุกกันมากๆ มันส์กันมากๆ นักท่องเที่ยวเข้าไปร่วมเต้นด้วยหลายคน เพลงก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ จากเพลงพื้นเมือง แป๊บๆ ก็เปลี่ยนเป็นเพลงแดนซ์ แล้วก็เพลงพื้นเมืองอีก ในคลองข้างๆ จุดนี้จะมีให้ลอยประทีปที่ดูเหมือนกระทง ลงน้ำ ข้ามคลองไปมีร้านขายเนื้อจามรีเสียบไม้ย่าง พวกเราเลยสั่งมาชิมกันซักหน่อย กินร้อนๆ หน้าร้านนี่แหละ อร่อย

ในเมืองลี่เจียง เราอาจจะเห็นสัญลักษณ์กบในบางที่ เช่นอันนี้เป็นเข็มทิศกบ บนแผนที่ กบเป็นสัญลักษณ์ที่สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ อย่างชุดพื้นเมืองของผู้หญิงน่าซี เขาบอกว่าด้านหลังก็ดูคล้ายกบ
ชาวน่าซีอพยพมาจากตะวันตกเฉียงเหนือ แถวกานซู่ในอดีตนานมาแล้ว มาตั้งถิ่นฐานที่ดินแดนแห่งนี้ ซึ่งอุดมสมบูรณ์กว่าดินแดนเดิมในอดีต กบก็ดูเป็นสัญลักษณ์ที่เหมาะสมเพราะเวลาฝนตก กบจะออกมาร้องตลอด


ระหว่างเดินขึ้นเขากลับโรงแรม ผ่านอาคารนี้เลยแวะถ่ายรูปซะหน่อย





พวกเราแวะซื้อออกซิเจนกระป๋องที่ร้านสะดวกซื้อ ราคากระป๋องละ 10 หยวน เพื่อเตรียมขึ้นภูเขาหิมะมังกรหยกในวันพรุ่งนี้ นอกจากนี้ก็ซื้อขนม ซื้อเสบียง สำหรับขึ้นเขาไปด้วย

วิวจากระเบียงโรงแรม ในยามค่ำคืน


คืนนี้เราเข้านอนกันเร็วหน่อย เพราะพรุ่งนี้รถจะมารับพวกเราไปภูเขาหิมะมังกรหยกในเวลา 6 โมงเช้า สำหรับวันนี้ก็ไปกันหลายที่ เน้นเดินชมเมือง และกินอาหารพื้นเมือง, เข้าคาเฟ่ พรุ่งนี้เราจะไปขึ้นยอดเขาที่เปรียบได้กับเทพเจ้าสูงสุดของชาวน่าซีกัน
Steps: 11,996
