Yunnan 01: คุนหมิง เมืองแห่งฤดูใบไม้ผลิ เดิน-กิน ย่านเมืองเก่าสุดคลาสสิค Kunming Old Street ไหว้พระวัดหยวนทง วัดเจ้าแม่กวนอิมเก่าแก่

Kunming เที่ยวคุนหมิง OLD STREET EP.1 เดิน-กิน ย่านเมืองเก่าสุดคลาสสิค

มณฑลยูนนาน (หยุนหนาน) เป็นที่ที่เราอยากจะเดินทางไปสัมผัสมานานแล้ว ด้วยความที่มีธรรมชาติอันสวยงาม และวัฒนธรรมที่หลากหลาย ตอนเด็กๆ คุณย่าของเราไปเที่ยวคุนหมิง กับญาติผู้ใหญ่ท่านอื่นๆ เราเห็นภาพถ่ายก็อยากจะไปบ้าง เรียกได้ว่าใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็กๆ เลย

map of Yunnan province in China showing position of Kunming แผนที่แสดงตำแหน่งมณฑลยูนนาน ประเทศจีน แสดงตำแหน่งเมืองคุนหมิง

ในฤดูหนาวช่วงเดือนมกราคม สำหรับโซนยูนนานเป็นช่วง Low season ที่พักยังไม่แพงนัก นักท่องเที่ยวไม่หนาแน่นมาก และยังเป็นช่วงที่ไม่ค่อยมีฝนตก แถมท้องฟ้ายังใสสุดๆ ถ้าอยากจะถ่ายรูปวิวภูเขาหิมะ แบบฟ้าเป็นสีฟ้าจัดๆ ถ้ามาช่วงนี้ไม่ผิดหวังแน่ๆ

แม้จะเป็นฤดูหนาว แต่อากาศก็นับว่าไม่หนาวเกินไปสำหรับมณฑลนี้ คนจีนด้วยกันเองก็หนีหนาวจากทางเหนือมาเที่ยวย่านนี้ในช่วงนี้เหมือนกัน

เมืองคุนหมิงเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทาง พวกเราตั้งใจว่าจะค่อยๆ ไต่ระดับความสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ให้ร่างกายปรับตัวทีละวัน ในทริปนี้เราจะเดินทางจาก คุนหมิง (1,892 m เหนือระดับน้ำทะเล)- ต้าหลี่ (1,900 m เหนือระดับน้ำทะเล) – ลี่เจียง (2,400 m เหนือระดับน้ำทะเล) – แชงกรีล่า (3,160 m เหนือระดับน้ำทะเล) แล้วกลับมาขึ้นเครื่องบินกลับไทยที่คุนหมิงอีกที

map of Yunnan province, showing positions of Kunming, Dali, Lijiang and Shangri-la แผนที่มณฑลยูนนาน แสดงตำแหน่งเมือง คุนหมิง,  ต้าหลี่, ลี่เจียง และ แชงกรี-ลา

ด้วยความที่มีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี คุนหมิงจึงได้ขื่อว่าเป็นเมืองแห่งฤดูใบไม้ผลิ นอกจากจะมีดอกไม้บานสวยตลอดทั้งปีแล้ว ที่นี่ยังเป็นที่ตั้งของหนึ่งในตลาดดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดอันดับต้นๆ ของโลกอีกด้วย

นอกจากดอกไม้นานาพันธุ์แล้ว ยูนนานยังเป็นแหล่งเพาะปลูกพืชพันธุ์ต่างๆ ที่ส่งออกไปขายทั่วโลก เช่น เห็ดทรัฟเฟิล, เห็ดมัตสึทาเกะ และอีกมากมาย จะเรียกว่าเป็นแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์ของโลกก็ว่าได้


ทริปนี้เราเดินทางกันด้วยไฟลท์ช่วงเช้า เวลา 7.50 น. สายการบิน China Eastern Airline ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง ก็เดินทางมาถึงท่าอากาศยาน Kunming Changshui ในเวลา 11.25น.

ตอนนี้หลายๆ เมืองในจีนจะให้เรากรอกใบ ตม. แบบ online มาก่อน ทำให้ขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองรวดเร็วยิ่งขึ้น ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมง พวกเราก็ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง ออกมารับกระเป๋า แล้วออกมาสู่โซนด้านนอก

บริเวณนี้จะมีฟอสซิลไดโนเสาร์แสดงอยู่ เพราะว่าที่คุนหมิงนี่มีการขุดพบฟอสซิลไดโนเสาร์หลายแห่ง

วิธีเดินทางจากท่าอากาศยานคุนหมิง ไปยังตัวเมืองมีหลายวิธี เช่น เรียก Taxi หรือ Didi (เรียก Didi อาจจะถูกกว่า), นั่งรถไฟใต้ดิน, เช่ารถ, จองบริการคนขับรถรับส่งจากสนามบิน, นั่งรถบัสสนามบิน วิธีที่เลือกใช้ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้โดยสารในทริป เช่น ถ้าเดินทางกันหลายคน ใช้บริการรถรับส่งส่วนตัว หรือเรียก Taxi, Didi ก็น่าจะสะดวกกว่านั่งรถไฟใต้ดิน หรือถ้าใครเดินทางมาหลังเวลา 23.00น. ก็ควรจะเลือกวิธีเดินทางที่ไม่ใช้รถบัสสนามบิน เพราะบางสายไม่มีรอบหลังห้าทุ่ม

พวกเรามากัน 2 คนก็เลยเลือกนั่งรถบัสสนามบิน จากโซนที่เดินออกมาจากบริเวณที่รับกระเป๋า จะมีป้ายบอกทางไปที่ขึ้นรถบัสสนามบิน ซึ่งสามารถเลือกได้ว่าจะไปจุดหมายปลายทางไหน

  • Kunming Railway Station (สถานีรถไฟคุนหมิง)
  • South Bus Station (สถานีขนส่งใต้คุนหมิง)
  • North Bus Station (สถานีขนส่งเหนือคุนหมิง)
  • Xiaoximen (Downtown Kunming) (ตัวเมืองคุนหมิง)
  • Kunming East Bus Station (สถานีขนส่งตะวันออก)
bus ticket

พวกเราขึ้นรถบัสไปลงที่สถานีรถไฟคุนหมิงเพราะโรงแรมในคืนนี้อยู่ใกล้สถานีรถไฟ กะว่าในวันถัดไปต้องนั่งรถไฟไปต้าหลี่ช่วงสายๆ ถ้าพักใกล้สถานีรถไฟตอนเช้าจะได้ไม่ต้องรีบมาก

ค่าใช้จ่ายต่อคนอยู่ที่คนละ 25RMB จ่ายค่ารถด้วย Alipay เมื่อขึ้นรถแล้วเขาจะรอให้รถเต็มถึงออก โดยจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที

ที่ท่ารถบัสที่ท่าอากาศยานคุนหมิง ไม่ได้มีป้ายที่มีภาษาอังกฤษให้รอขึ้นรถแบบที่เฉิงตู แถมสายรถ ก็ไม่ได้ตรงกับที่หาข้อมูลมาก่อน (เช่นหาข้อมูลมาว่าต้องขึ้นสาย 1 แต่บางเว็บบอกว่าสาย 2 พอถึงเวลาจริงๆ บอกให้ขึ้นคันสีเหลือง..) ถ้าใครไม่สันทัดภาษาจีน ก็ใช้แอพฯ แปลภาษาคุยกับเจ้าหน้าที่ขายตั๋วได้ เขาจะยืนถือเครื่องออกตั๋วอยู่ก่อนถึงท่ารถ

ไม่นานเราก็เดินทางมาถึงสถานีรถไฟคุนหมิง รถบัสจะเข้าไปจอดส่งผู้โดยสารที่ท่ารถบัสข้างสถานีฯ พวกเราเดินต่อประมาณ 400m ก็มาถึงโรงแรม GreenTree Inn Smart Selection Hotel (Kunming Railway Station Branch) 格林豪泰智选酒店(昆明火车站店) ที่จองมาผ่าน trip.com

โดยปกติแล้วโรงแรมที่ประเทศจีนจะให้ check in ได้ในเวลา 14.00 น. แต่พอเรามาถึงเร็ว เขาก็ให้เรา early check in ได้ตอน 13.30 น. พวกเราขึ้นไปเก็บกระเป๋า อาบน้ำให้สดชื่น แล้วก็ลงมาหาข้าวกลางวันกินแถวใกล้ๆ โรงแรม

ในย่านใกล้สถานีรถไฟมีร้านขายขนมและของฝากเยอะมาก ส่วนมากจะเป็นร้านขายขนมเปี๊ยะไส้กลีบกุหลาบ มีให้ลองชิมฟรีด้วย อร่อยมากๆ (อร่อยกว่าร้านที่สนามบินวันที่ซื้อกลับอีก) มีร้านอาหารให้เลือกหลากหลาย อาหารเสฉวนยังมี

สำหรับมื้อแรกของทริปนี้ เราเลือกเป็นอาหารขึ้นชื่อของแถบนี้ซะหน่อย นั่นก็คือ “ก๋วยเตี๋ยวข้ามสะพาน”

ร้านจะเสิร์ฟชามน้ำซุปแยกมากับเส้นข้าว และวัตถุดิบต่างๆ แต่ละร้านจะมีลำดับขั้นตอนการใส่วัตถุดิบ ก่อน-หลัง คล้ายๆ กัน เราก็ใช้แอพฯ แปลภาษา แล้วใส่ตามที่เค้าบอก น้ำซุปจะเสิร์ฟมาแบบร้อนมากๆ พอใส่วัตถุดิบที่เป็นเนื้อบางๆ ลงไปก็สุกพอดี อย่างของที่นี่เขาจะให้ใส่เห็ดก่อน ตามด้วยเนื้อชนิดต่างๆ จากนั้นเป็น ผักและเต้าหู้ แล้วใส่เส้นทีหลังสุด

เด็กๆ วัยประถม ลูกเจ้าของร้าน ก็นั่งทำการบ้าน คุยกัน เล่นกันอยู่โต๊ะข้างๆ เรานี่แหละ ให้ฟีลเหมือนมากินข้าวบ้านเค้าดี

คุนหมิงวันนี้ลมแรงและแดดจ้ามากๆ ลมพัดจนป้ายโฆษณาหน้าร้านล้มไปหลายรอบ เราต้องปรับหมวกให้แน่นขึ้นไม่งั้นอาจจะปลิวหายไป แว่นกันแดดนี่ก็ถือว่าเป็นไอเท็มที่ขาดไม่ได้จริงๆ

map of Kunming showing Yuantong temple, Kunming old street area, Jinbi square, Greentreee inn and Kunming Railway station
สถานที่ที่เราจะเดินทางไปในวันนี้

เป้าหมายต่อไปของพวกเราคือวัดหยวนทง วัดพุทธที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในคุนหมิง เป็นวัดที่รวม 3 นิกาย อยู่ในวัดเดียว ทั้งมหายานแบบจีน, เถรวาทแบบไทย และ วัชรยานแบบทิเบต และยังมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 1,200 ปี เป็นวัดที่สร้างมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ถัง (แถบยูนนานในยุคนั้น คืออาณาจักร น่านเจ้า)

ซุ้มประตูทางเข้าวัดหยวนทง คุนหมิง มณฑลยูนนาน ประเทศจีน Yuantong Temple, Kunming, Yunnan province, China

พวกเราเรียก Didi ไปที่วัดหยวนทง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 25 นาที วัดปิดประมาณ 5 โมงเย็น พวกเราเลยรีบมาตั้งแต่บ่ายสาม ค่าเข้าชมวัด 6 RMB ต่อคน

โดยปกติแล้วที่เราคุ้นเคยเวลาเข้าวัดที่ไทย หรือจีน บางทีจะต้องขึ้นบันได หรือขึ้นเนินเขาไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ด้านบน แต่ที่วัดหยวนทงนั้น ทางเดินจะลาดลงจากประตูวัดไปสู่ศาลากลางน้ำ ซึ่งเป็นจุดที่ต่ำที่สุดของวัด สื่อถึงการลดละอัตตาและการเข้าสู่ความสงบ โดยวิหารแรกที่เราเดินมาถึง จะเป็นวิหารของพระศรีอาริยเมตไตรยเป็นอันดับแรก ตามสไตล์วัดจีน

ศาลาแปดเหลี่ยมกลางน้ำ วัดหยวนทง คุนหมิง มณฑลยูนนาน ประเทศจีน Guanyin Pavillion at Yuantong Temple, Kunming, Yunnan province, China

เมื่อเดินลงบันไดมา จะได้พบกับพุทธศิลป์ครบทั้ง 3 รูปแบบ

  1. ศาลาแปดเหลี่ยมกลางน้ำ: ศิลปะแบบ วัชรยาน (แบบทิเบต) ประดิษฐาน เจ้าแม่กวนอิมพันมือ
  2. วิหารหลัก (Yuantong Treasure Hall): ศิลปะแบบ มหายาน (แบบจีน) ประดิษฐาน พระพุทธเจ้า 3 พระองค์
  3. วิหารทองแดงด้านหลังสุด: ศิลปะแบบ เถรวาท (แบบไทย/เอเชียตะวันออกเฉียงใต้) ประดิษฐาน พระพุทธชินราชจำลอง

จริงๆ แล้ววัดหยวนทงนี่ แต่เดิมเป็นวัดที่สร้างขึ้นเพื่อบูชาเจ้าแม่กวนอิมโดยเฉพาะ ( “หยวนทง” 圆通 เป็นพระนามหนึ่งของพระโพธิสัตว์กวนอิม) ดีไซน์ศาลากลางน้ำได้แรงบันดาลใจมาจากเกาะผู่ถัวซาน ที่ตามตำนานเชื่อว่าเป็นที่ประทับของพระโพธิสัตว์กวนอิม

ตอนที่พวกเราเดินมาถึงโซนวิหารหลักที่เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธเจ้า 3 พระองค์ แบบมหายาน พระสงฆ์กำลังสวดมนต์ทำพิธีอยู่ ห้ามถ่ายรูปและวิดิโอ ภาพที่ถ่ายมาจึงเป็นบริเวณรอบๆ, บริเวณศาลากลางน้ำ และวิหารทรงไทยด้านหลัง ซะเป็นส่วนใหญ่

ศาลากลางน้ำ มีสะพานทอดไปกลางน้ำ ประดับด้วยธงหลากสี รอบๆ ศาลา

วิหารทรงไทย วัดหยวนทง คุนหมิง มณฑลยูนนาน ประเทศจีน Thai Pavillion at Yuantong Temple, Kunming, Yunnan province, China
วิหารทรงไทย
บ่อน้ำ และถ้ำผนังหิน วัดหยวนทง คุนหมิง มณฑลยูนนาน ประเทศจีน Yuantong Temple, Kunming, Yunnan province, China

วิหารด้านหลังที่เป็นทรงไทย ด้านข้างจะมีถ้ำและบ่อน้ำที่คนนิยมมาถ่ายรูป จุดนี้ร่มรื่นมาก รอบๆ บริเวณนี้ มีธรรมจักร และป้ายหินสลักลายเส้นรูปเจ้าแม่กวนอิมตั้งอยู่

แถวๆ หน้าวิหารพระพุทธชินราช มีแมวสีส้มเจ้าถิ่นแวะมาเล่นกับเรา เชื่องมาก ชอบนอนในกระถางต้นไม้


ถัดจากวัดหยวนทง พวกเราก็นั่ง Didi มาที่ Kunming Old Street (คุนหมิงเหล่าเจีย – 昆明老街) บริเวณนี้จะเป็นโซนที่เดินเที่ยวได้ยาวๆ มีบ้านไม้โบราณเรียงรายเป็นร้านขายอาหาร, เครื่องดื่ม, ของฝาก, street food และขนมต่างๆ

map of Kunming old street area แผนที่เมืองเก่า ถนนคนเดินคุนหมิง
เส้นทางที่พวกเราเดิน คือเส้นสีชมพู เริ่มจากเหนือ ลงมาใต้ (บนลงล่าง) มีโซนที่ไม่ได้เดินเที่ยวเยอะมาก

ย่านนี้ย้อนรอยประวัติศาสตร์ไปได้กว่า 900 ปีเลยทีเดียว เป็นแหล่งค้าขายที่มีมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ซ่ง (สมัยนั้นแถบนี้เป็นยุคอาณาจักรต้าหลี่) และรุ่งเรืองมากในสมัยราชวงศ์หมิงและชิง

ที่คุนหมิงนี่จะเห็นนักท่องเที่ยวใส่มงกุฏดอกไม้อยู่ทั่วไปหมด (ที่ต้าหลี่ และ ลี่เจียง ด้วย) เป็นเทรนด์ที่เพิ่งจะมาฮิตเมื่อไม่กี่ปีมานี้ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจาก”เครื่องประดับศีรษะชนเผ่า” ในแถบนี้

ยูนนานมีชนเผ่าเยอะที่สุดในจีน (25 ชนเผ่า) และเกือบทุกเผ่าจะมีเครื่องประดับศีรษะที่เลียนแบบธรรมชาติ สำหรับนักท่องเที่ยว การซื้อมงกุฎดอกไม้ราคา 5-10 หยวนมาใส่ถ่ายรูป ตอนนี้เป็น “Check-in Item” ยอดฮิตเพื่อให้ได้ฟีลสาวงามยูนนาน

นอกจากมงกุฏดอกไม้แล้ว ทุกๆ เมืองที่เรามาในทริปนี้จะเห็นนักท่องเที่ยวใส่ชุดชาวเผ่าชาวเขาบ้าง ชุดทิเบตบ้าง ชุดจีนโบราณบ้าง เดินเที่ยวอยู่ทุกที่ มีร้านให้เช่าชุดเยอะไปหมด ชุดชาวเขาบางชุดก็ดูไม่ต่างจากชาวเขาไทยในภาคเหนือ เราจะได้ยินเสียงเครื่องประดับเงินบนหมวกชาวเผ่าดังกรุ๊งกริ๊ง อยู่ทั่วบริเวณ

ซาลาเปาไส้หมู ลูกเล็ก

พวกเราแวะสั่งซาลาเปาจิ๋วที่ข้างในมีเนื้อหมู อร่อยมากๆ เกินคาด

Kunming old street โซนเมืองเก่า ถนนคนเดินคุนหมิง ถนนโบราณ
อาคารหลังใหญ่ประดับไปด้วยโคมแดง บริเวณสี่แยก

แวะซื้อสตรอเบอร์รี่ลูกโตๆ หวานอร่อยมาก ร้านนี้ขายราคา 40 RMB ต่อ ครึ่งกิโล

เดินจากสี่แยกมาทางตะวันตก จะพบกับตึกโค้ง Zhipian Building ที่ตั้งอยู่หน้า Yunnan Monument to the People’s Heroes ตรงตึกโค้งนี่จะมี 2 ฝั่ง แต่ละฝั่งก็คือ คนมารุมถ่ายรูปเยอะมากๆ มากขนาดที่ว่า มีตากล้องรับจ้าง คอยเดินถามนักท่องเที่ยว ว่า “ถ่ายรูปไหมๆ” เลยทีเดียว

ฝั่งตรงข้ามจะเป็นลานกิจกรรม ริมสวนเล็กๆ ที่มีกลุ่มคนกำลังเต้นรำสไตล์ทิเบตกันอยู่

พวกเราเดินกลับไปทางสี่แยก แล้วเดินไปทางทิศใต้ เข้าสู่ถนน Wenming แถวนี้จะมีร้านอาหารหลายร้าน พวกเราเข้าไปเที่ยวชม ซื้อของที่ Miniso กัน แล้วออกมาทานข้าวเย็นที่ร้าน Xiao Zhan Guanguan Rice Noodles

ร้านนี้การสั่งอาหารจะงงๆ หน่อย นอกจากจะมีแคชเชียร์อยู่ในร้านบริเวณหน้าครัวแล้ว หน้าร้านยังมีโซนที่มีเตาย่างไก่ ย่างมัน ปิ้งเต้าหู้ ปิ้งสับปะรดให้ดูกันหน้าเคาเตอร์บาร์หน้าร้านด้วย ถ้าสั่งอะไรเพิ่มตรงนี้ก็จะได้บิลแยกมา แล้วไปจ่ายที่แคชเชียร์

ระหว่างที่พวกเรากำลังยืนงง ว่านั่งตรงไหนดี สั่งยังไงเนี่ย ก็มีพนักงานที่ขายขนมหน้าร้านมาชวนการ์ดคุย ว่ารองเท้าที่ใส่อยู่ซื้อมาเท่าไหร่ ของเค้ารุ่นเดียวกัน ก็ได้ความว่า เราซื้อได้ราคาถูกกว่าเขามาก (เพราะซื้อจาก Central Village ที่ไทย ตอนลดราคาพอดี) แล้วการ์ดก็ขอให้เขาช่วยสั่งอาหาร เขาเลยเรียกเจ้าของร้านมาคุยกับพวกเรา

พอได้คุยกับเจ้าของร้านก็ง่ายเลย บอกเมนูที่อยากกินไปแล้วเค้าก็จัดการให้ ให้พวกเราจ่ายเงินที่แคชเชียร์ได้เลย

พวกเราเลือกนั่งที่เคาเตอร์บาร์หน้าร้านนั่นแหละ เพราะว่างพอดี ระหว่างนั่งก็ดูเค้าปิ้งเต้าหู้ไปด้วย อาหารขึ้นชื่อที่ยูนนานที่พวกเราสั่งที่ร้านนี้ คือบะหมี่เส้นข้าวในซุปมะเขือเทศ, ไก่ย่าง (แบบตัวเล็ก) และที่อยากทานที่สุดคือ มันฝรั่งย่าง !

มันฝรั่ง 洋芋 หยางยู่ อาหารยูนนาน ที่โซนเมืองเก่าคุนหมิง 洋芋 Yángyù (Yunnan potato) Yunnan cuisine at Kunming old street

ที่ยูนนานจะมีความพิเศษกว่าที่อื่นคือ มันฝรั่งที่นี่ เขาจะเรียกว่า 洋芋 Yángyù (หยางยู่) ซึ่งเป็นมันฝรั่งที่มีเปลือกสีแดงแตกต่างจาก Tu dou (ถู่โต้) ที่เป็นมันฝรั่งปกติพวกเราคุ้นเคย  รสชาติจะกรอบนอกนุ่มใน อร่อย พิเศษกว่ามันฝรั่งปกติ ใครมายูนนานไม่ควรพลาด

มันฝรั่ง 洋芋 หยางยู่ อาหารยูนนาน ที่โซนเมืองเก่าคุนหมิง 洋芋 Yángyù (Yunnan potato) Yunnan cuisine at Kunming old street

ด้านในร้านจะมีบาร์น้ำจิ้ม ที่มีน้ำจิ้ม และซอสหลากหลายชนิดให้เราเลือกตักตามใจชอบ การ์ดก็ตักแบบที่ดูเผ็ดๆ มา ผสมๆ กัน รู้สึกว่ารสชาติคล้ายน้ำพริกหนุ่มอยู่เหมือนกัน

นั่งทานไปซักพักเจ้าของร้านก็มาคุยด้วย ดูตื่นเต้นที่พวกเราเป็นคนไทย

ทานเสร็จพวกเราก็เดินมุ่งไปทางทิศใต้ต่อ ผ่านร้านดูดวงไพ่ทาโรต์แบบแบบกะดิน (!?) และร้านขายขนมที่ทำจากนมจามรีหลายร้าน ส่วนมากจะมีให้ชิมทุกร้าน แต่ถ้าซื้อที่คุนหมิงราคาจะสูงหน่อย พวกเราเลยรอไปซื้อที่แชงกรีล่าทีเดียว

ร้านกาแฟ Yunnan Aribica Coffee ที่ Kunming old street โซนเมืองเก่า ถนนคนเดินคุนหมิง ถนนโบราณ

เดินไปเรื่อยๆ จะถึงถนนหนานผิง ที่ Nanping Square บริเวณนี้จะมีห้างสรรพสินค้า และโรงแรมใหญ่ๆ อยู่หลายแห่ง คุนหมิงยามค่ำคืนบรรยากาศคึกคัก ผู้คนมากมายออกมาแฮงค์เอาท์ ทานข้าวเย็นกันในคืนวันศุกร์ อากาศเริ่มหนาวขึ้นเรื่อยๆ น่าจะประมาณเลขตัวเดียว มีคนจูงสุนัขมาเดินเล่นหลายคน ทั้งพันธุ์ใหญ่ และพันธุ์เล็ก

กลุ่มคนที่เต้นรำแบบพื้นเมืองทิเบตที่เราเจออีกที่เมื่อตอนเย็น ย้ายมาเต้นตรงนี้แล้ว มีนักท่องเที่ยวร่วมเต้นด้วยหลายคน ดูสนุกกันสุดๆ

พวกเราเดินต่อจนมาถึง ซุ้มประตูม้าทอง – ซุ้มประตูไก่หยก (Jinma Biji Archway – 金马碧鸡坊) แลนด์มาร์คสำคัญของเมือง ซุ้มประตูทั้งสองนี้ถูกสร้างขึ้นครั้งแรกในสมัยราชวงศ์หมิง มีอายุยาวนานกว่า 400 ปี

ซุ้มประตูม้าทอง (Jinma – 金马): ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออก / ซุ้มประตูไก่หยก (Biji – 碧鸡): ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตก

ซุ้มประตูเดิมถูกทำลายไปในช่วงปฏิวัติวัฒนธรรม แต่ด้วยความที่เป็นจิตวิญญาณของชาวคุนหมิง รัฐบาลจึงได้สร้างขึ้นใหม่ตามแบบจำลองเดิมเป๊ะๆ ในปี ค.ศ. 1998-1999

ปรากฏการณ์ “แสงบรรจบ”: ในอดีตมีตำนานเล่าว่า ทุกๆ 60 ปี ในวันสารทวิษุวัต (Autumn Equinox) เมื่อดวงอาทิตย์กำลังจะตกดินทางทิศตะวันตก และดวงจันทร์เต็มดวงกำลังขึ้นทางทิศตะวันออก เงาของซุ้มประตูทั้งสองจะทอดยาวมาบรรจบกันตรงกลางพอดี

ถัดไปใกล้ๆ เป็นโซน Ancient Town แถวนี้จะมีโคมไฟสวยงาม มีร้านขายของที่ระลึก และของ Antique มากมาย พวกเราแวะถ่ายรูปกับโคมไฟรูปปลา แล้วนั่ง Didi กลับโรงแรมเพื่อพักผ่อน เตรียมตัวเดินทางไปต้าหลี่ในวันพรุ่งนี้

Steps: 12,434