Bali 02: เที่ยวเกาะ Nusa Penida แบบ 1-day trip ที่บาหลี อินโดนีเซีย


รายละเอียดเกี่ยวกับเกาะ Nusa Penida

แผนที่แสดงตำแหน่งเกาะ Nusa Penida ที่ บาหลี อินโดนีเซีย
  1. ที่ตั้ง / ภูมิศาสตร์
    • Nusa Penida ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย
    • พื้นที่เกาะค่อนข้างใหญ่และมีภูมิประเทศหลากหลาย เช่น หน้าผาหินปูน, ชายหาดริมหน้าผา, ภูเขา, จุดดำน้ำ ฯลฯ
  2. ประวัติ / ความหมายชื่อ
    • “Nusa” แปลว่า “เกาะ” ในภาษาอินโดนีเซีย ส่วน “Penida” มีความหมายว่า “นักบุญ” (priests) รวมกันคือ “เกาะแห่งนักบุญ”
    • เคยเป็นจุดเนรเทศ ในอดีตของอาณาจักรบาหลี
    • สืบเนื่องจากความเชื่อดั้งเดิม บางครั้งถูกมองว่าเป็น “เกาะแห่งจิตวิญญาณ” มีแรงวิญญาณร้าย ต้องมีพิธีกรรมทางศาสนาเพื่อรักษาสมดุลทางจิตวิญญาณ
  3. การเดินทางไปยังเกาะ
    • สามารถขึ้นเรือจากท่าเรือหลายแห่งในบาหลี ไปยังท่าเรือของ Nusa Penida
    • จุดขึ้นเรือหลักคือที่ Sanur → Toyapakeh (Nusa Penida)
    • บางครั้งเรืออาจยกเลิกการเดินทางตามสภาพอากาศ

จุดท่องเที่ยวยอดนิยม (Highlights)

Kelingking Beach, Nusa Penida, Bali, Indonesia / เคลิงคิง บีช นุสาเพนิดะ บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย
Kelingking Beach
  1. จุดชมวิว & ชายหาดเด่นๆ
    • Kelingking Beach: จุดชมวิวหน้าผารูปร่างเหมือนไดโนเสาร์ (T-rex) เป็นไฮไลต์หลักที่โด่งดังไปทั่วโลก
    • Angel’s Billabong: แอ่งหินธรรมชาติที่ถูกคลื่นกัดเซาะจนกลายเป็นแอ่ง ในบางช่วงเวลาน้ำลง น้ำใสมาก ถ้าไปตอนน้ำสงบจะปลอดภัยและสวยมาก
    • Broken Beach: เป็นหน้าผาที่ถูกคลื่นและน้ำทะเลกัดเซาะเป็นอุโมงค์โค้ง เป็นอีกจุดที่ถ่ายรูปสวย
    • Diamond Beach: อยู่ทางฝั่งตะวันออกของเกาะ เป็นชายหาดขาวล้อมรอบโขดหินปูนสูง มีบันไดลงจากหน้าผา จุดนี้เหมาะมากสำหรับถ่ายภาพมุมสูง (แต่ถ้าว่ายน้ำอาจอันตราย)
    • Teletubbies Hill (Bukit Teletubbies): เป็นเนินเขาเขียวๆ มองแล้วเหมือนฉากใน “Teletubbies” — เหมาะกับการถ่าย drone /ถ่ายรูปแนว landscape
    • Crystal Bay: ชายหาดทรายขาว น้ำใส เหมาะกับการผ่อนคลายหรือดำน้ำตื้น ชมปะการังและปลาสวยงาม
  2. กิจกรรมดำน้ำ /ทางทะเล
    • Manta Point / Manta Bay: จุดดำน้ำชื่อดังของเกาะ สามารถว่ายน้ำหรือดำน้ำชมกระเบนราหู (manta rays)
    • นอกจากนี้ยังมีจุดดำน้ำอื่นๆ รอบเกาะ เช่น Toya Pakeh, Batu Lumbung ฯลฯ

ข้อควรระวัง

  • ถนน &การเดินทางภายในเกาะ:
    • ถนนหลายจุดบนเกาะค่อนข้างวิบาก มีโค้งหลุม บางส่วนเป็นหิน, ถนนดิน ถ้าจะเที่ยวควรเช่ารถพร้อมคนขับดีกว่าเช่ามอเตอร์ไซค์เอง ที่สำคัญคือบางจุดไม่ค่อยมีสัญญาณอินเตอร์เน็ตด้วย ถ้าขับเองแล้วดูแมปจากมือถือน่าจะไม่ค่อยสะดวก เส้นทางบนเกาะจะขึ้นๆ ลงๆ เขา ประมาณขึ้นดอยที่ไทย (แต่ไม่วิบากเท่าห้วยกุ๊บกั๊บ ที่ต้องใช้ 4-wheels) หลายจุดถนนแคบมาก คนขับรถทั้งสองฝั่งต้องพับกระจกข้างเพื่อที่จะสวนกันในบางจุด
  • ความปลอดภัยทางทะเล:
    • ช่วงที่กระแสน้ำแรง ปักธงแดง ห้ามลงเล่นน้ำ หรือดำน้ำ

เริ่มต้นวันกันตั้งแต่ตีห้า พวกเราตื่นมาช่วงเช้ามืดที่ฝนตกยาวมาตั้งแต่เมื่อวานช่วงเย็น ปกติแล้วเดือนกันยายนฝนจะตกน้อย แต่การมาเที่ยวเกาะนี่บางทีเรื่องฝนก็ไม่แน่ไม่นอนเหมือนกัน

พวกเราใช้เวลาเดิน 9 นาที แบบด่วนๆ ไปที่จุดนัดพบที่ Coco Supermarket ใน Ubud ในเวลา 6.10 น. เพื่อที่จะขึ้นรถของ Klook ที่มารับ ฝ่าการจราจรบนเกาะบาหลีในยามเช้า ใช้เวลา 40 นาทีก็มาถึงจุดนัดพบที่ท่าเรือ Sanur รถคันที่เรานั่งมีผู้โดยสารทั้งหมด 4 คน อีกสองคนเป็นชาวอัฟริกัน-อเมริกัน อีกคนที่เป็นแฟนเขาเหมือนจะเป็นคนอินเดียที่อยู่อังกฤษ

  • รายละเอียดทัวร์ 1-Day Trip Nusa Penida ใน Klook application
  • รายละเอียดทัวร์ 1-Day Trip Nusa Penida ใน Klook application
  • รายละเอียดทัวร์ 1-Day Trip Nusa Penida ใน Klook application
  • รายละเอียดทัวร์ 1-Day Trip Nusa Penida ใน Klook application
  • รายละเอียดทัวร์ 1-Day Trip Nusa Penida ใน Klook application

บริการของ 1-day trip ของ Klook เราจะเลือกได้ว่า จะไปเจอกับทีมนำเที่ยวที่ท่าเรือ Sanur เลย หรือจะใช้บริการรถรับส่งจากในเมืองเช่น Ubud, Kuta, Canggu ซึ่งก็จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม และใช้เวลานานกว่า

  • จุดนัดพบในเมืองต่างๆ 1-day trip Nusa Penida
  • จุดนัดพบในเมืองต่างๆ 1-day trip Nusa Penida
  • จุดนัดพบในเมืองต่างๆ 1-day trip Nusa Penida
  • จุดนัดพบในเมืองต่างๆ 1-day trip Nusa Penida
เดินจากโรงแรมไปยังจุดนัดพบใน Ubud ที่ Coco Supermarket
เดินจากโรงแรมไปยังจุดนัดพบใน Ubud ที่ Coco Supermarket

6.50 น. คนขับรถพาเรามานั่งรอขึ้นเรือรอบ 8 โมงที่ร้านกาแฟ ชื่อ SR coffee มีเบเกอรี่ ขนมปัง และกาแฟขาย และมีห้องน้ำไว้ให้บริการ ร้านข้างๆ เป็นมินิมาร์ท ใครที่ยังไม่ได้ทานข้าวเช้ามาก็มาทานที่นี่ได้ เราเป็นคนเมาเรือง่าย เลยไม่อยากทานอิ่มเกิน เลยทานแค่ซีเรียลบาร์ที่พกมา 2 แท่งพอ

7.19 น. อากาศประมาณ 24 องศา เซลเซียส ฝนเริ่มซาแล้วแต่ฟ้ายังครึ้มหม่น ตอนนี้นักท่องเที่ยวที่มารอขึ้นเรือรอบเดียวกันนั่งแน่นเต็มร้านกาแฟแล้ว ที่ร้านมีสุนัขลายเสือ กับลูกสุนัขสีขาว ที่ดูเฟรนด์ลี่มากๆ เดินไปเดินมา ขอขนมจากนักท่องเที่ยว เจ้าสองตัวนี้เหมือนจะสนิทกับทีมงานทัวร์มากๆ กลิ่นบุหรี่คละคลุ้งทั่วบริเวณ ท่าเรือแถบนี้คลื่นสงบเพราะมีกำแพงกันคลื่นค่อนข้างสูง ทอดยาวขนานกับชายฝั่ง

ทีมไกด์ทัวร์เอาริบบิ้นมาผูกข้อมือให้ทุกคนเป็นสัญลักษณ์ เวลาเดินไปท่าเรือคนเยอะๆ จะได้ไม่หลงกัน พวกเราได้ตั๋วเรือ และบัตรห้อยคอ เรือเร็ว ARJUNA (อรชุน) มาคนละชุด ใครที่เมาเรือง่ายแนะนำให้ทานยาแก้เมาเรือเตรียมไว้ก่อนเลย

ซักพักทีมไกด์ก็พาทุกคนเดินไปที่ท่าเรือโดยที่ฝนยังตกปรอยๆ นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาด้วยกันมีหลายเชื้อชาติ มาจากทั่วทุกมุมโลก พวกเราแสกนตั๋วผ่านเข้าไปในท่าเรือแล้วเดินไปขึ้นเรือเร็วอรชุน ในเวลา 8 โมงเช้า ใช้เวลาประมาณ 40 นาที ก็ถึงท่าเรือที่เกาะ Nusa Penida

คลื่นลมค่อนข้างกระแทกแรงอยู่เหมือนกัน

เมื่อไปถึง ไกด์ก็พาทุกคนไปรวมตัวที่จุดนัดพบ ใกล้ๆ ประภาคาร คนที่จองทัวร์ private ก็จะมีไกด์ของตัวเองมารับตั้งแต่ตอนที่เรือจอดเลย เราเลือกเป็นทัวร์แบบ shared 4 คน ก็ไปรอเขาเรียกชื่อทีละคน พอเรียกชื่อแล้ว คนขับของเราก็จะพาพวกเราและผู้ร่วมทริปที่อยู่รถคันเดียวกันไปขึ้นรถที่ลานจอดใกล้ๆ เพื่อนร่วมทางของเราเป็นคนมาเลเซียที่อยู่ปีนัง พูดภาษาไทย จีน อังกฤษ มลายู ได้

รถที่พวกเราจะนั่งในวันนี้คือคันนี้ Toyota Avanza คนขับชื่อ Richard

รถที่พวกเราจะนั่งในวันนี้คือคันนี้ Toyota Avanza คนขับชื่อ Richard

แผนที่เกาะ Nusa Penida

แพลนของเรา บนเกาะ ก็คือ  3 highlights ฝั่งทิศตะวันตกของเกาะ ได้แก่ Broken beach, Angel’s Billabong และ Kelingking beach

ถนนบนเกาะค่อนข้างเส้นเล็ก ขรุขระ และสมบุกสมบัน เลยใช้เวลาเดินทางไปแต่ละที่นานหน่อย รถแต่ละคนก็จะสลับกัน กระจายคนไปตาม 3 ที่เที่ยว เพื่อไม่ให้คนแน่นเกินไป

Angel's billabong, Nusa Penida, Bali, Indonesia / แองเจิลส์ บิลลาบอง นุสาเพนิดะ บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย
Angel’s billabong

นั่งรถมาเกือบ 50 นาที ก็มาถึง Broken beach และ Angel’s billabong สองที่นี้อยู่ติดกันเลย แบบเดินต่อไปนิดนึงก็ถึง ฝนยังตกพรำๆ อยู่ คลื่นลมเลยรุนแรงมาก ถึงขั้นปักธงแดง ลงเล่นน้ำไม่ได้ ใครที่จองทริป Scuba Diving มาวันนี้ก็อดดำน้ำไปโดยปริยาย

Angel's billabong, Nusa Penida, Bali, Indonesia / แองเจิลส์ บิลลาบอง นุสาเพนิดะ บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย

จากลานจอดรถจะเดินมาถึง Angel’s billabong ก่อน น้ำทะเลที่บาหลีเป็นสีฟ้าเข้มสวยมากๆ ดูคล้ายทะเลแถบออสเตรเลีย แม้ว่าฟ้าจะไม่เปิด แดดไม่ออก แต่น้ำทะเลก็สีสด ตระการตา รู้สึกว่าคุ้มแล้วที่ตื่นเช้าลุยกันมาถึงนี่ คลื่นมันดูเป็นคลื่นมหาสมุทรที่รุนแรงและยิ่งใหญ่มากๆ ถ้ามองไปไกลๆ ที่สุดปลายแหลม จะเห็นประติมากรรมที่ทำจากไม้ไผ่ สูง 25 เมตร ชื่อ ‘The Octopus Queen’

คนขับรถของพวกเรา Richard เดินตามมาถ่ายรูปให้ และเดินนำไปโซนที่มุมน้อยๆ ฝีมือถ่ายรูปและวิดิโอไม่ธรรมดาจริงๆ

Broken Beach, Nusa Penida, Bali, Indonesia / โบรเคน บีช นุสาเพนิดะ บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย
Broken beach ภาพเวลาปกติ ที่ฝนไม่ตก

พอเดินไปถึงโซน Broken Beach ฝนก็ตกหนักมากขึ้น ลมแรงสุดๆ (คือถ้าไม่ใส่หมวกและมัดผมไว้นี่ ถ่ายรูปมาหัวเยิน ผมฟูแน่นอน) โซนที่ Richard พามาถ่ายรูปนี่จะวิบากนิดหน่อย ใครมา Nusa Penida ควรใส่รองเท้าที่พร้อมลุย รัดข้อ ปีนหินได้ ถ้าเป็นรองเท้าแตะคงไม่สะดวกแน่ๆ พวกเราถ่ายรูปกันพักนึง แล้วเดินกลับไปที่เพิงใกล้ลานจอดเพื่อหลบฝน พอฝนเริ่มซาหน่อย ก็ขึ้นรถ เดินทางกันต่อ

จุดถ่ายรูป โซน Broken Beach จากมุมต่างๆ

ทางเดินเป็นประมาณนี้ พอฝนตกก็จะเยินๆ หน่อย

โปรแกรมต่อจากนี้คือ ไปทานอาหารกลางวัน โดยเขาจะพาเราไปที่ร้านที่มีไลน์บุฟเฟต์ให้ตัก มีเป็น ผัดเต้าหู้ บะหมี่ผัด ไก่ผัดซีอิ๊ว ซุปฟักทอง ที่อร่อยมากๆ แล้วยังมีน้ำพริกแบบอินโดนีเซียที่แซ่บสุดๆ คือไม่ได้คาดหวังแต่อร่อยกว่าที่คิดจริงๆ

ร้านอาหารกลางวัน ที่ทัวร์ 1-day trip พามาแวะทานอาหาร

หลังจากกินข้าวเที่ยงเรียบร้อยก็เดินทางต่อไปอีกจุด ใช้เวลาเกือบชั่วโมง ระหว่างที่อยู่บนรถ Richard ก็เปิดเพลงไทยแบบตื๊ดๆ แถมร้องตามด้วย (แต่พวกเราไม่รู้จักซะงั้น) ตั้งแต่ช่วงที่มาทานข้าวจนถึงตอนนี้ฝนก็ยังคงตกหนักเม็ดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ถนนหนทางโซนที่เป็นโคลนคือเละสุดๆ น่าจะลื่นน่าดูถ้าขับมอเตอร์ไซค์

บรรยากาศ ลานจอดรถ ที่ Kelingking Beach เต็มไปด้วยหมอก

เวลาประมาณบ่ายโมงกว่า พวกเราก็มาถึงลานจอดรถ ที่ Kelingking Beach ซึ่งขาวโพลนไปด้วยสายหมอกและเม็ดฝน พวกเราเดินกางร่มลุยฝนกันมาจนถึงหน้าผาที่เป็นจุดชมวิว ที่ปกติจะมองเห็นหน้าผาหินปูนและชายหาดด้านล่างได้ในมุมกว้าง แต่ในตอนนี้นั้น… เห็นแต่หมอกขาวๆ แบบ ขาวไปหมดดด

ทุกคนไม่ว่าจะชาติไหนก็ต่างพากันรับมุข คุยกันว่า “โอ้ วิวสวยสุดๆ!” นี่เป็นสถานที่สุดท้ายในโปรแกรมก่อนที่จะขึ้นเรือเดินทางกลับไปยังเกาะบาหลี พอมาถึงแล้วมองไม่เห็นอะไร ฝนยังตกหนัก แต่เวลายังเหลือเยอะ ก็ไปไม่เป็นอยู่เหมือนกัน

การ์ดตัดสินใจเดินถ่ายวิดิโอไปรอบๆ แล้วถาม Richard ว่าบันไดที่ลงไปดูหาด ดูเขาหินปูนรูป T-rex นี่ยังลงได้อยู่ไหม Richard และทีมของเราก็บอกว่า ไปได้นะ ถ้าไปก็จะไปด้วยกัน พวกเราจึงตัดสินใจลองลงบันไดไปท่ามกลางสายฝนนี่แหละ

เมื่อค่อยๆ ลงบันไดมา หมอกก็เริ่มจางลงเรื่อยๆ ทัศนียภาพเลือนลางค่อยๆ ปรากฏให้เห็น

Kelingking Beach, Nusa Penida, Bali, Indonesia / เคลิงคิง บีช นุสาเพนิดะ บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย
Kelingking beach

หมอกน่าจะลอยสูง เพราะพอตัดสินใจลงกันมาก็มองเห็นวิวจริงๆ ด้วย คลื่นซัดสาดรุนแรง เป็นสีน้ำเงินเข้ม เขาหินปูน ที่มีลักษณะบ้างก็ว่าเหมือนนิ้วก้อย บ้างก็ว่าเหมือน T-rex ปรากฏอยู่ตรงหน้าเราในเวลาที่นักท่องเที่ยวไม่เยอะพอดี (ปกติตรงนี้จะคนแน่นมากเพราะจุดนี้คือจุดที่ฮิตที่สุด) ฝนยังคงตกอยู่แต่เป็นเม็ดเล็กลง พวกเราค่อยๆ ลงบันไดกันไปต่อ แต่ทีมที่มากับเราและ Richard รออยู่ด้านบน เพราะรองเท้าไม่พร้อม บันไดแถบนี้ค่อนข้างชัน บางจุด ขั้นบันไดสูงถึงเอวเลย

Kelingking Beach, Nusa Penida, Bali, Indonesia / เคลิงคิง บีช นุสาเพนิดะ บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย
Kelingking beach

พวกเราถ่ายภาพกันพักนึง แล้วกลับขึ้นไปรอให้ฝนซาที่อาคารด้านบน ตอนนี้ก็ถือว่ามาครบทุกจุดในทัวร์แล้ว แต่เวลายังเหลือ ก็เลยต้องรอกันไปก่อน ปกติแล้วถ้าฝนไม่ตกก็น่าจะใช้เวลาที่นี่นานหน่อยได้ ลงไปเดินบนหาดด้านล่างได้

คลื่นลมแรง น้ำลึกสีน้ำเงินเข้ม หน้าผาสูงชัน อลังการสุดๆ

Kelingking Beach, Nusa Penida, Bali, Indonesia / เคลิงคิง บีช นุสาเพนิดะ บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย
Kelingking Beach เวลาปกติที่ฝนไม่ตก

จาก Kellingking beach พวกเรานั่งรถสัปหงกยาวๆ ไปที่จุดนัดพบก่อนที่จะขึ้นเรือกลับกัน ทาง Richard ก็ยังคงเปิด Mixtape เพลงไทยอยู่ สงสัยชอบเพลงไทย

จริงๆ แล้ว ตามแพลน เวลาที่จะขึ้นเรือกลับคือประมาณ 16.30น. แต่วันนี้คลื่นลมแรง เรือเลยมาล่าช้าหน่อย ทีมงาน Klook พานักท่องเที่ยวมารอขึ้นเรือที่ร้านอาหารริมชายหาด ใกล้ท่าเรือ ตรงนี้เป็นโซนทิศเหนือของเกาะ ฝนยังคงตกลงมาไม่ขาดสายแต่ซาลงบ้าง

Beach Cafe

พอฝนซา พวกเราก็ไปเดินเล่นบนชายหาด ซากปะการังเกลื่อนกลาดอยู่บนผืนทราย น่าจะถูกมรสุมพัดมา

ริมชายหาด ที่ Beach Cafe

ที่ร้านนี้ มีมุมที่โชว์ของสะสม เป็นภาพวาด และ กริช (Keris) จำนวนมาก ที่อินโดนีเซียเนี่ย กริช ถือเป็นเครื่องรางของขลัง แต่ละชิ้นคือสวยจริง

กริชประดับร้าน

ประมาณสี่โมงกว่า เขาก็พาเราขึ้นรถ กลับมาที่ที่จอดรถริมท่าเรือ แล้วมารอขึ้นเรือที่โซนที่น่าจะเป็น Head Quarter ของ Arjuna fast cruise (เพราะมีรูปปั้นอรชุนยิงธนูอยู่) พวกเราได้รับตั๋วเรือ และป้ายห้อยคอเหมือนตอนเช้า รอเวลาให้เรือมาซักพัก ก็เดินกันไปที่ท่าเรือทั้งกลุ่ม

17.30 น. ทุกคนทยอยมาต่อแถวขึ้นเรือกัน ฝนยังคงตกอยู่เป็นละอองๆ ก็เดินเปียกขึ้นเรือกันเลย รอบนี้พอมีมรสุมการกระแทกของเรือเร็ว คือหนักกว่าขามาอีก สำหรับเราในวันนี้คือพึ่งพายาแก้เมารถเมาเรือยาวๆ ไป

18.05 น. ในที่สุดก็ข้ามฝั่งกันกลับมาที่ท่าเรือ Sanur ฟ้ายังคงมืดสลัวเหมือนที่เป็นมาทั้งวัน ทีมงานพาเรากลับมาที่คาเฟ่เมื่อเช้า แล้วรถคันเดิมที่รับแต่ละกลุ่มมาตอนเช้าก็จะทยอยมารับที่หน้าคาเฟ่

พวกเรานั่งรถกลับไปที่จุดนัดพบที่ Ubud ซึ่งใน Google บอกว่าจะใช้เวลา 45 นาที แต่เอาเข้าจริงๆ ฝนตกหนัก และ หลายๆ ที่คือน้ำท่วมด้วย กว่าจะถึง Ubud ใช้เวลา 2 ชม. กว่า รถติดสุดๆ อันที่จริงแถว Sanur อยู่ใกล้สนามบินมากกว่า Ubud ถ้าพวกเราย้ายโรงแรมมานอนแถบนี้ ก็จะใช้เวลาเดินทางไป-กลับจากท่าเรือ และใช้เวลาเดินทางไปสนามบินในวันพรุ่งนี้น้อยกว่า แต่เมื่อคืนเราจองโชว์ไว้ และไม่อยากย้ายโรงแรม ก็เลยเลือกใช้วิธี ไป-กลับ Ubud เอา ระหว่างทางที่รถติดก็ได้ซีเรียลบาร์ที่พกไว้มากินแก้หิว

20.15 น. พอมาถึงจุดนัดพบที่ Coco Supermarket ก็กางร่มเดินกลับโรงแรมกัน เรียกได้ว่า มรสุมเข้าทั้งวันทั้งคืนเลยทีเดียว พวกเราเล็งร้านอาหารหลายๆ ร้านที่ยังเปิดอยู่ สุดท้ายก็ได้ข้อสรุปกันว่า เปียกฝนฉ่ำๆ กันมาขนาดนี้ ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าที่โรงแรมแล้วกินข้าวที่ร้านบนดาดฟ้าโรงแรมเหอะ

พวกเรามากันที่ Mad Monkey ร้านอาหาร และ บาร์ ริมสระน้ำ บนดาดฟ้าโรงแรม MaxOne hotel บรรยากาศคือดีจริงๆ แถมฝรั่ง อิตาลี โต๊ะข้างๆ ยังร้องคาราโอเกะกันอีก ร้องเพราะมากด้วย เพิ่งจะเคยเห็นฝรั่งร้องคาราโอเกะ ดูสนุกเอนจอยชีวิตกันมาก เพลงที่ร้องก็แนว My heart will go on, Bohemian Rhapsody, Zombie, My way, Dancing queen ฯลฯ

สำหรับมื้อนี้เราเลือกทานอาหารอินโดนีเซียเพื่อส่งท้าย พวกเราสั่งเป็น Traditional Indonesian Satay – 80,000 RP (160 บาท) ชุดข้าวไก่สะเต๊ะ ที่มากับน้ำจิ้มที่หอมถั่วกับ มะพร้าวคั่วมาก ตัวสะเต๊ะ เหมือนกับไม่ใช่น้ำจิ้มถั่วธรรมดาแบบที่ไทย มีความหอมของมะพร้าวคั่วด้วย อร่อยมากๆ

Mad Monkey Lovers – 135,000 RP (270 บาท) ข้าวเป็ดย่างเมนูนี้ทางร้านแนะนำเลย เป็นเป็ดย่างกรอบๆ ที่หอมและอร่อยมาก แต่ส่วนที่ชอบจริงๆ เลยคือน้ำจิ้มที่มากะจานนี้เลย คล้ายน้ำจิ้มไก่ แต่ใส่ตัวหอมเจียวและพริกบด ซึ่งอร่อยมากๆ ไม่ได้เผ็ดมากแบบพริกขี้หนู

เมนูสุดท้ายคือซีซาร์สลัด ผักที่บาหลีเนี่ยอร่อยสมคำร่ำลือจริงๆ สมแล้วที่เป็นผักที่ปลูกบนดินภูเขาไฟ ความกรอบอร่อยคือ สุดจริงๆ

นอกจากนี้ก็ได้ลองชิมเบียร์ท้องถิ่น แล้วกลับห้องไปนอนพัก หลังจากที่ผจญภัยกันมาทั้งวันตั้งแต่เช้ามืด

Steps: 8,743


เช้าวันนี้ เราหาข้าวเช้าทานกันใกล้ๆ โรงแรม ก่อนที่จะขึ้นรถไปสนามบินกัน ฝนยังคงตกต่อเนื่องมาจากเมื่อสองวันก่อน พวกเรากางร่ม เดินกันมาที่ร้าน Mushroom Espresso ช่วงเช้าๆ ที่บาหลี รู้สึกว่าร้านอาหาร พวก Warung เนี่ยจะยังไม่เปิด ส่วนมากเปิดตอน 11 โมงกัน ช่วงเช้าเห็นจะมีแต่ร้านแนว Cafe ที่เสิร์ฟ Brunch นี่แหละที่เปิดให้บริการ

เดินเข้ามาก็พบกับเจ้าของร้าน สุนัขสีดำ ชื่อ Jackie นอนชิลอยู่บนโซฟา น้อง Jackie ลืมตามองพวกเรานิดนึง แล้วก็ไม่สน นอนต่อ ท่ามกลางบรรยากาศฝนพรำ

พวกเราสั่งเป็นแซนวิซเห็ด+อะโวคาโด และเบอร์เกอร์ไก่ทอด Crisscut fries ใช้เวลาทำอาหารนานนิดหน่อยเพราะมีพนักงานอยู่คนเดียว แต่ก็อร่อยมากๆ ทำใหม่ๆ ร้อนๆ เลย พวกเราจิบกาแฟ ทานข้าวเช้า มองสายฝนไปพลางคิดว่าที่บาหลีนี่เวลาหมุนช้าลงจริงๆ คนที่นี่ก็ดูชิลๆ สบายๆ เฟรนด์ลี่

ที่ร้านนี้น่าจะเป็นคนคริสต์ เพราะด้านในร้านมีรูปปั้นพระแม่มารี อีกทั้งกระดาษรองอาหารยังเป็นรูปพระแม่มารีด้วย พหุวัฒนธรรมจริงๆ

จากนั้นเราก็เดินไปซื้อของฝาก กันที่มินิมาร์ท แล้วกลับโรงแรมไปเก็บกระเป๋า เตรียมตัวเดินทางไปสนามบิน


พวกเรานัดคนขับรถไว้ 10.30 น. เพื่อเผื่อเวลาเดินทาง ซึ่งจริงๆ ก็ดีแล้ว เพราะเช้าวันนี้มีน้ำท่วมจนต้องปิดการจราจรหลายแห่ง พวกเราจองบริการ Airport-transfer ของ klook ไว้ ให้เขามารับที่โรงแรมแล้วตรงไปที่สนามบินเลย โดยที่ทางคนขับรถจะทัก Whatsapp เรามาก่อนเพื่อคอนเฟิร์ม และจะมีอีเมลยืนยันมาจากบริษัทรถ ในวันก่อนหน้า

สนามบินนานาชาติงูราห์ราย บาหลี อินโดนีเซีย Ngurah Rai International Airport, Bali, Indonesia

ที่ท่าอากาศยานนานาชาติงูระห์ไร โซนก่อนจะเข้าไปด้านใน มีร้านอาหาร และร้านของฝากมากมาย แต่รู้สึกว่าร้านอาหารโซนที่เข้าไปด้านในแล้ว จะแพงกว่าราคาปกติที่เกาะบาหลีมากๆ

งานศิลปะที่แสดงถึงวัฒนธรรม การแสดง และแหล่งท่องเที่ยวในบาหลี

สนามบินนานาชาติงูราห์ราย บาหลี อินโดนีเซีย Ngurah Rai International Airport, Bali, Indonesia

พวกเราซื้อของฝากเพิ่มในโซนนี้ ทั้งกาแฟ และช็อกโกแลต ขนมต่างๆ

บรรยากาศและของฝากภายในสนามบิน ขวดเหล้าสไตล์บาหลี เก๋มากๆ

พวกเรารอขึ้นเครื่อง เวลา 15.10 น. สายการบินแอร์เอเชีย ใช้เวลา 4 ชั่วโมง 20 นาที ก็เดินทางมาถึงท่าอาศยานดอนเมือง เมื่อกลับมาถึงอ่านข่าว พบว่า วันนี้เป็นวันที่บาหลีมรสุมเข้า น้ำท่วมหนัก! บางที่รถยนต์จมมิดคัน ก็ถือว่าพวกเรากลับมาก่อนพอดี

ทริปอินโดนีเซีย บาหลี ครั้งแรกของพวกเรา รู้สึกประทับใจในอัธยาศัยของผู้คน และวัฒนธรรมท้องถิ่น ตลอดจนธรรมชาติที่สวยงาม 4 วัน 3 คืน รู้สึกว่าสั้นไปหน่อย รอบหน้าถ้ากลับมาน่าจะอยู่ให้ยาวกว่านี้ และไปหาที่ trek ด้วย

Steps: 5,102