หลังจากที่พวกเราได้เที่ยวชมศาลเจ้าอู่โหวในช่วงสายๆ และทานข้าวกลางวันกันที่ถนนจิ๋นหลี่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว พวกเราก็เรียก Didi เพื่อเดินทางไปยังจุดหมายต่อไป People’s Park สวนสาธารณะประชาชน แห่งเมืองเฉิงตู ที่ที่ผู้คนทุกช่วงอายุออกมาพักผ่อนหย่อนใจ สโลว์ไลฟ์กัน ถ้าอยากจะดูวิถีชีวิตของผู้คน ของนครแห่งความสุขแห่งนี้ ก็ต้องไปที่สวนสาธารณะนี่แหละ


เมื่อเดินเข้ามาในสวน ก็ได้สัมผัสกับต้นไม้ใหญ่ร่มรื่นทั่วบริเวณ อีกทั้งยังมีไม้ดอกไม้ประดับบานสะพรั่ง พวกเราเดินตามเสียงเพลงที่ลอยมา ก็พบกับกลุ่มชมรมเต้นรำ ที่โชว์ลีลากันพลิ้วไหว สนุกสนานสุดๆ ถัดไปไม่ไกลก็มีอีกหลายกิจกรรม ทั้งไทเก๊ก เล่นหมากรุก พายเรือ ถ่ายรูปเล่น นั่งจิบชาชิลๆ มากันหมดทั้งวัยรุ่นยันรุ่นใหญ่ผู้สูงอายุ เรียกได้ว่าทุกเพศทุกวัย ต่างก็มารวมตัวกัน “ใช้ชีวิต” แฮงค์เอาท์ กันที่สวนแห่งนี้ ในวันที่อากาศเย็นสบาย ในฤดูใบไม้ผลิ แม้ว่าจะเป็นช่วงบ่ายวันธรรมดาก็ตาม









ชมรมเต้นรำนี่เขาดูสนุกกันมากๆ



มีกลุ่มคนเล่นหมากรุก กันหลายกลุ่ม มุงดูกันเยอะสุดๆ เฮฮากันเสียงดัง

ลานฝั่งนี้ก็มีคนมาเล่นเตะลูกขนไก่กัน อีกมุมก็ซ้อมเต้น


มุมที่แปลกตาสุดๆ และเป็นจุดที่ทำให้สวนแห่งนี้โด่งดัง คือ “บอร์ดหาคู่” ที่เหล่าผู้ปกครอง, แม่สื่อ จะมานั่งแลกข้อมูลลูกๆ ของตัวเอง หาคู่ให้ลูกกันอย่างจริงจัง เรียกได้ว่าเป็น “Tinder ยุคพ่อแม่” ในรูปแบบกระดาษ มีทั้งเวอร์ชันผู้ชายและผู้หญิงเลย ผู้ชายกระดาษสีฟ้า ผู้หญิงกระดาษสีชมพู แล้วคนสนใจเยอะด้วยนะ






ใกล้ๆ กันนี้ ก็จะเป็น อนุสาวรีย์ที่รำลึกถึง ขบวนการปกป้องสิทธิทางรถไฟ ที่เป็นจุดเริ่มต้น ที่ส่งผลให้จีนเปลี่ยนผ่านจากระบอบจักรพรรดิเป็น สาธารณรัฐประชาชนจีน

ด้านหน้าอนุสาวรีย์แห่งนี้มีจอมยุทธท่านหนึ่ง กำลังเขียนอักษรด้วย น้ำ อย่าง วิจิตร บรรจง เท่ห์มากๆ พวกเรา กับผู้คนแถวนั้น หยุดยืนดูอยู่พักนึงเลย




ในสวนมีร้านน้ำชาท้องถิ่นเก่าแก่ที่เป็นที่นิยมสุดๆ ไม่ว่าจะเป็น โรงน้ำชา Heming อายุ 100 ปี ที่มีจุดขายคือ กังฟูน้ำชา หรือร้านเล็กๆ ที่ตั้งเก้าอี้ไม้ไผ่ไว้ใต้ร่มไม้ ผู้คนมานั่งจิบชาพร้อมฟังเสียงน้ำไหลจากบ่อน้ำกลางสวน บางคนก็เรียกช่างแคะหูมาแคะหูไปพลางจิบชาไปพลาง (แคะหูอีกแล้ว!) ซึ่งถือเป็นวัฒนธรรมท้องถิ่นของเฉิงตูที่หาชมที่อื่นไม่ได้ง่ายๆ

ร้านชาในช่วงบ่ายวันธรรมดาคือที่นั่งเต็มสุดๆ บางร้านมีงิ้วให้ดูด้วยนะ แต่ผู้คนที่มานั่งจิบชานี่มีทุกเพศทุกวัยเลย








ถัดจากร้าน Heming ก็ยังมีอีกหลายร้าน หลายธีม บางร้านก็มีไอหมอก บางร้านก็ปลูกต้นแมกโนเลียบานสะพรั่ง บางร้านก็มีบ่อปลาคาร์ฟ ให้ได้ชมปลา จิบชา กันชิลๆ ถ้าได้มานั่งจิบชาที่นี่ ก็คงจะรู้สึกว่าเวลาหมุนช้าลงจริงๆ
พวกเราเดินชมบรรยากาศไปเรื่อย ก็มีคนที่น่าจะเป็นเจ้าของร้านซักร้านชวนคุยเป็นภาษาอังกฤษด้วย ถามว่าเรามาจากที่ไหน เป็นคนประเทศอะไร






People’s Park ไม่ได้เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับนักท่องเที่ยว แต่มันคือ “พื้นที่พักใจ” สำหรับคนเมืองเฉิงตู ที่มารีเฟรชตัวเองท่ามกลางธรรมชาติ ใช้เวลาร่วมกัน และยังคงความเป็นชุมชนในยุคที่โลกหมุนเร็วขึ้นทุกวัน







เดินออกมานอกสวน โซนที่จะเดินไปซอยกว้างแคบก็จะพบกับใบไม้สีแดงสวยสะพรั่ง หน้าสวนนี่มีร้านรถเข็นขายไส้กรอก ขายของกินเล่นหลายจุดเลย




ถ้าใครมาเที่ยวเฉิงตู แล้วอยากรู้ว่าเมืองนี้เป็นยังไงจริงๆ แบบไม่ใช่แค่ในคู่มือท่องเที่ยว ขอแนะนำให้แวะมาที่ People’s Park แล้วจะได้เห็นเฉิงตูในแบบที่อบอุ่น มีชีวิตชีวา และเรียบง่ายที่สุด






จาก สวนประชาชน เราก็ไปต่อกันอีกที่ แค่ข้ามถนนไปเท่านั้น ก็จะถึงซอยกว้างแคบ หรือ ถนนคนเดิน KuanZhai (คว้านจ่าย Kuanxiangzi Alley) ที่มีนักท่องเที่ยวเยอะมาก ไม่แพ้จิ๋นหลี่เลย จริงๆ แล้วซอยนี้เป็นย่านเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวของเฉิงตูในยุคราชวงศ์ชิง มีทั้งหมด 3 ซอย คือ
- ซอยกว้าง (Kuan Alley)
- ซอยแคบ (Zhai Alley)
- ซอยจิ๋ว (Jing Alley)
แต่ละซอยก็มีสไตล์และบรรยากาศต่างกันไป แค่เดินชิลล์ๆ ก็เพลินแล้ว



ซอยพวกเราข้ามถนนมาจากสวนประชาชน สำหรับใครที่เดินทางด้วย MRT ก็มาลงได้ที่สถานี Kuan Zhai Xiang Zi สายที่ 4 เดินมาถึงก็จะถึงลานตรงนี้ก่อน แล้วก็เลือกเดินได้เลย ว่าจะเริ่มจากซอยไหน





ซอยกว้างจะเน้นเรื่องวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ บ้านโบราณสไตล์จีนคลาสสิก เหมือนหลุดเข้าไปในหนังย้อนยุค ส่วนซอยแคบเน้นร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านค้าของฝาก มีทั้งชาเสฉวน เสื้อผ้าพื้นเมือง ไปจนถึงขนมพื้นบ้านหน้าตาน่ารัก ที่สำคัญคือถ่ายรูปได้ทุกมุม เรียกว่าถือกล้องเดินวนทั้งวันยังไม่เบื่อ

ซอยจิ๋วเป็นซอยเล็กๆ ระหว่างสองซอยหลัก อารมณ์เหมือนตรอกศิลปะ มีการจัดแสดงภาพ งานศิลป์ งานออกแบบต่างๆ สำหรับคนที่ชอบอะไรอาร์ตๆ









แน่นอนว่าพวกเราต้องแวะ Pop Mart สาขา Kuan Zhai ที่อยู่ฝั่งซอยกว้าง เป็น Pop Mart สาขาที่ออกแบบให้เข้ากับสไตล์สถาปัตยกรรมจีนโบราณ

ชั้นบน ที่ระเบียง จะมีบู้ผึ้ง ให้แวะไปเยี่ยมเยียน















ที่ถนนคนเดินแห่งนี้มีร้านขายโปสการ์ด และของฝาก ของที่ระลึก ให้เลือกช้อปหลากหลายเลย





Hey Tea สาขานี้ร้านสวยโดดเด่น แวะมาจิบชาและถ่ายรูปได้




Starbucks สาขาซอยกว้างแคบ ดีไซน์แนวสถาปัตยกรรมจีน เป็นอีกจุดหนึ่งที่นักท่องเที่ยวชอบมา check in


แล้วเราก็ได้พบกับของกินขึ้นชื่อดั้งเดิมอีกอย่างของเฉิงตู นั่นก็คือเนื้อกระต่าย! มีให้ชิม ให้ได้เลือกซื้อ หลากหลายเมนู







ร้านขายเครื่องเงิน ตอกกันให้ดูหน้าร้านเลย






ใครที่ชอบความแปลกใหม่ในทุกร้านที่ผ่านเราว่าสนุกนะ หลากหลายดี บางมุมก็เป็นมุมที่ทำมาให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปกัน ร้านเช่าชุดจีนฮั่นฝูก็มีให้เลือกหลายร้าน









ในซอย KuanZhai มีทั้ง Street Food และร้านอาหารทั่วไป ไปจนถึงภัตตาคารหรู มีทั้งหมาล่าเสียบไม้ เกี๊ยวน้ำมันพริก เสี่ยวหลงเปา ไก่พริกเสฉวน ในร้านอาหารบางแห่งก็มีการแสดง โชว์เปลี่ยนหน้ากาก ให้ได้ชมกัน










เนื่องจากในซอยกว้างแคบ ร้านอาหารคนเยอะมาก พวกเราเลยเดินหลบออกมาโซนนอกซอยกว้างแคบ (ฝั่งที่ไกลจากสวนประชาชน) ริมถนนบริเวณนี้ก็จะมีร้านอาหาร ร้านหม้อไฟ เรียงกันให้เลือกเยอะแยะเลย






อาหารที่สั่งไปเป็น บะหมี่หม่าล่าเนื้อ, สันในหมูชุบแป้งทอด มาแบบร้อนๆ กรอบๆ เลย แล้วก็เกี๊ยวหมูคลุกซอสงาและถั่วลิสง แล้วร้านสไตล์นี้มีเยอะมากทั่วเฉิงตู จานละ ไม่ถึง 50 บาท อร่อยมากและไม่แพง


กินกันเสร็จเราก็เดินเลือกซื้อของฝากในร้านขายของฝากแถวนี้ต่อ ก่อนจะนั่ง Didi กลับโรงแรม เตรียมเก็บกระเป๋า เดินทางกลับไทยในวันถัดไป
Step: 18,141
