
หลังจากทานข้าวกลางวันเสร็จเรียบร้อย พวกเราจะนั่ง DiDi ไปดู แพนด้ากัน คือ เฉิงตู เนี่ย เป็นเมืองแห่งแพนด้าสมชื่อเลยนะ เราจะเจอภาพแพนด้า ในทุกจุดของเมืองจริงๆ ก็เลยคิดว่า พวกเราไปดูแพนด้าจริงๆ กันเลยดีกว่า ซึ่งก็ไม่ได้ไกลด้วย จากกลางเมือง นั่ง Didi ไปประมาณ 20 นาที ค่าโดยสารอยู่ที่ 23 หยวน
พวกเรามุ่งไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือโซนนอกเมือง ระหว่างทางผ่านทุ่งดอกมัสตาร์ดสีเหลืองสวยบนเนินเขาตลอดทาง เห็นมีคนลงไปถ่ายรูป ปิกนิคอยู่ริมทุ่งมัสตาร์ดอยู่เหมือนกัน เดินทางไม่นานก็มาถึงที่ Chengdu Research Base of Giant Panda Breeding หรือ “ศูนย์อนุรักษ์หมีแพนด้าแห่งเฉิงตู” ค่าเข้าคนละ 55 หยวน ด้านนอกมีร้านอาหาร และคาเฟ่ มากมาย เผื่อใครจะมาทานข้าวที่นี่ เพราะถ้าจะเที่ยวชมให้ทั่วจริงๆ น่าจะใช้เวลาทั้งวันอยู่เหมือนกัน อย่างพวกเราเวลาน้อย เพราะมาถึงก็ประมาณเกือบบ่าย 3 แล้ว เลยแพลนกันว่า จะเข้าทางประตูฝั่งทิศใต้ แล้วเที่ยวชมแค่โซนทิศใต้พอ



ที่นี่กว้างใหญ่มากกกกก สำหรับใครไม่อยากเดินไกล ก็มีบริการ รถกอล์ฟ มีเจ้าหน้าที่รับ-ส่ง ตามจุดต่างๆ ใน ศูนย์ฯ ราคาอยู่ที่ 30 หยวนต่อคน นั่งได้ตลอดทั้งวันเลย เขาจะแวะ จอดตามจุด ไฮไลท์ ต่างๆ ซึ่งแนะนำเลยว่า นั่งรถขึ้นเนินไปบนสุดของโซนที่เราจะแวะก่อน แล้วเดินลงเนินกลับมาทางประตูทางเข้าเอาจะสบายกว่ามาก แล้วอยากจะแวะหุบแพนด้าอันไหนก่อนก็ได้เลย






ภายในศูนย์อนุรักษ์หมีแพนด้า จะเต็มไปด้วยต้นไม้ดอกไม้นานาพันธุ์ ทั้งซุ้มไผ่ที่ทอดยาวเป็นแนวสวยตลอดทาง ดอกแมกโนเลียที่กำลังชูช่อบานสะพรั่งในเดือนมีนาคม และพันธุ์ไม้อื่นๆ อีกมากมาย ในแต่ละหุบในโซนที่เขาจอดให้ลงระหว่างทางจะต้องเดินอยู่เหมือนกัน ได้ยินมาว่าหากมากับผู้สูงอายุแล้วไม่อยากเดินเยอะเท่าที่นี่ ถ้าไปเยี่ยมชมแพนด้าที่เมืองตูเจียงเยี่ยน อาจจะเหมาะกว่า (แต่เราไม่เคยไปนะ ว่าจะไปรอบหน้า)


โดยพวกเราแวะที่ หุบหมายเลข 2 ในโซนทิศใต้ก่อน แพนด้าอยู่ใกล้มากๆ นอนกินแบบ อะไรจะสบายขนาดนี้ นั่งกินนอนกินแบบไม่สน คนดูเลย ในโซนแถบนี้จะมีทั้ง แพนด้าเด็ก และ แพนด้าแดง มีทั้งโซนให้อาหาร โซนปีนป่าย ฯลฯ เลือกชมกันได้เพลินๆ





พวกเราอยู่ที่นี่กันแบบสปีด ชม. กว่าๆ (เพราะรีบ!) จากนั้นเราเดินทางต่อกันไปที่ Manhua Manor เป็นสวนดอกไม้แฟนตาซีที่เหมาะจะมาเยี่ยมชมในฤดูใบไม้ผลิสุดๆ อยู่ใกล้ๆ กับศูนย์อนุรักษ์แพนด้า นั่ง Didi มา 10 นาทีเท่านั้น ค่าเข้าคนละ 60 หยวน

ที่นี่ มี ซากุระ ปลูกเยอะไปหมด ทั้งพันธุ์สีขาว สีชมพู บานไล่ๆ กันตามช่วงเวลา นอกจากดอกซากุระแล้วในเดือนนี้มีทั้งดอกทิวลิป, ดอกแดฟโฟดิล, ดอกมัสตาร์ด, ดอกอัลมอนด์ และอื่นๆ อีกมากมาย เป็นสวนที่เราจะได้เห็นคนทุกช่วงวัยมาเอนจอยชีวิตกัน มีมุมปิ้งย่าง ให้ตั้งแคมป์ ทำกับข้าวกินกัน และยังมีรถไฟ, รถรางสวนสนุกให้นั่งเล่นในสวนด้วย มุมถ่ายรูปก็เยอะ มีคนมาคอสเพลย์ แต่งชุดจีนโบราณกันหลายคนเลย แถมยังพาสัตว์เลี้ยงเข้ามาได้ด้วยนะ







มีร้านกาแฟ เล็กๆ น่ารักให้นั่งชิวด้วย พวกเราสั่งเป็น ลาเต้หอมหมื่นลี้ 26 หยวน หอมจริง คือมาจีนทุกครั้ง ก็ต้องดื่ม กาแฟ กุ้ยฮวา ทุกครั้ง












ถ่าย Labubu กับดอกไม้ มาเยอะมากกกกก










แล้วที่เห็นสูงๆ ข้างบน คือ สะพานกระจกใส สำหรับขึ้นไปชมวิว และพิสูจน์ความกล้า มีค่าเข้าสะพาน คนละ 40 หยวน จะเข้าจากทางฝั่งไหนก็ได้ ที่นี่จะมีเจ้าหน้าที่ดูแล โดยเขาจะให้ถุงเท้า คนละคู่ ไว้เดินบนสะพานกระจก ตอนแรกก็คิดว่า เป็นคนไม่กลัวความสูงนะ แต่พอเดินแล้วมองลงไปเท่านั้นล่ะ โห คนตัวนิดเดียวว น่ากลัวอยู่นะเนี่ย แต่คุ้มที่ขึ้นมามากๆ เลย







บันไดที่เราเดินขึ้นเขามาก่อนจะขึ้นมาบนสะพานนี้ พอมองจากด้านบนถึงรู้ว่าเป็นรูปคีย์เปียโนแฮะ สวยนะเนี่ย จากด้านบนคือ เห็นได้ทั้งสวนเลย ได้เห็นวิวเฉิงตูโซนนอกเมืองแบบ ไกลๆ เลย แล้วคือ ลมแรงมากกกก อย่างหนาว มาถึงสุดทางก็จะมีลิฟท์ให้ลง
เวลาเปิดทำการที่นี่คือ 09:00-21:00น. ในช่วงเดือนมีนาคม เพราะเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิ ส่วนในเดือน อื่นๆ จะเปิด ถึง หกโมงเย็น สามารถมานั่งปิ๊กนิก ในนี้ก็ได้เลย เพราะร้านของกินในนี้ก็เยอะเหมือนกัน ในช่วงเย็นๆ ก็มีเปิดไฟประดับด้วยนะ ใครชอบธรรมชาติสวยๆ ดอกไม้สวยๆ แนะนำให้มาที่นี่เลย คุ้มจริงๆ

เริ่มค่ำแล้ว จุดหมายต่อไป เราจะนั่ง DiDi (31หยวน) กลับเข้าไปในเมืองกัน โดยเราจะแวะ ที่ๆ เป็นแหล่งท่องเที่ยวในช่วงกลางคืนกันต่อ นั่นคือ สะพาน Anshun เป็นสะพานที่มีประวัติยาวนาน สร้างครั้งแรกเมื่อประมาณปี ค.ศ. 1276 แต่ด้วยโครงสร้างสมัยก่อนที่สะพานนี้สร้างขึ้นจากไม้ สะพานนี้เลยถูกน้ำหลากทำลายไปหลายครั้ง แต่ก็ยังถูกสร้างใหม่เรื่อยมา จนในเวอร์ชั่นปัจจุบัน ที่เห็นนี้ คือ สร้างขึ้นใน ปี 2002 โดยคงเอกลักษณ์แบบจีนดั้งเดิมไว้ครบ และมีร้านอาหารหรู อยู่กลางสะพานด้วย เวลาจะเดินข้ามสะพานก็คือเดินรอบนอก เลาะริมร้านอาหารไปเลย






สะพานนี้เป็นสะพานโบราณที่ทอดข้ามแม่น้ำจินเจียงใจกลางเมืองเฉิงตู ที่นี่เคยเป็นเส้นทางผ่านของพ่อค้าชาวต่างชาติในสมัยโบราณ รวมถึงนักเดินทางชื่อดังอย่าง มาร์โค โปโล ที่เคยบันทึกการเดินทางมาที่เฉิงตู ผ่านสะพานนี้ด้วย

ในย่านนี้เป็นแหล่งแฮงค์เอาท์ ที่มีร้านกินดื่ม ร้านเหล้า สวนสาธารณะอยู่ตลอดริมแม่น้ำเลย สตรีทฟู้ดก็มีหลากหลายแนวให้ได้เลือกลองกัน บรรยากาศริมน้ำในเวลาที่อากาศเย็นๆ แบบนี้ดีสุดๆ เป็นจุดที่คนมาเดินเล่น ดูดวง เต้นแอโรบิก ซื้อของทำมือฯลฯ วิถีชีวิตผู้คนย่านนี้คือหลากหลายมาก (แน่นอนว่าบริการ แคะหู ก็มีตลอดทาง!)










หลังจากที่เราเดินชมบรรยากาศแสงสี ริมแม่น้ำจินเจียงกันซักพัก เราก็กลับมาที่ ถนน Chunxi lu อีกครั้ง บรรยากาศตอนกลางวันกับกลางคืนคือต่างกันจริงๆ คนเยอะมากกก ใครจะเดินเล่น ขายของ กิน เที่ยว นัดเพื่อน ถ่ายรูป คือ มีทุกรูปแบบ






ค่ำนี้อาหารเย็นของเราก็คือ โร่วเจียโหมว ของโปรด โดยเราแวะ ที่ร้าน Diao chan สำหรับคนที่คุ้ยเคยกับสามก๊กก็น่าจะรู้จักกันดี ซึ่งชื่อร้านอ่านแบบสำเนียงบ้านเรานั่นก็คือ ร้าน “เตียวเสี้ยน” นั่นเอง ไม่เป็นละ นักเต้น ขายอาหารดีกว่า อันนี้คือชิ้นละ 15 หยวนนะ อร่อยมากๆ ร้านอยู่ตรงข้าม เยื้องๆ กับตึก IFS เลยล่ะ






ไส้ในเป็นหมูสามชั้นย่างหม่าล่าหอมๆ เลย ร้านค่อยๆทำทีละชิ้น ตั้งใจทำมากๆ แนะนำเลย






บรรยากาศ Chunxi lu กลางคืนคือ คึกคักเลย ร้านกินก็มีเยอะ สตรีทฟู้ดก็คือเพียบ ร้านของฝากของที่ระลึกก็มีให้เลือกมากมาย หรือใครจะช้อปปิ้งของแบรนด์เนมก็ได้ ก่อนกลับโรงแรมเราก็แวะอีกที่ ซึ่งเล็งมาตั้งแต่ช่วงเช้านั่นคือ Minoso Land! คือ ที่นี่ยิ่งใหญ่มาก กล่องจุ่มเยอะมาก ซึ่งในช่วงที่เรามา ทาง Miniso ยัง collab กับ แฮรรี่อยู่นะ แล้วคือมีของเยอะกว่า Miniso ธรรมดา ตอนที่ไปกวางโจวอีกกกก






นอกจากที่ถ่ายรูปมาก็ยังมีของอย่างอื่นอีกเพียบ แถมยังมีชั้น 2 อีก ขืนอยู่นานกว่านี้คือมีเสียตังค์เยอะแน่
วันนี้คือไปหลายที่จริงๆ นอกจากจะได้เห็นทั้งแพนด้า กับได้เที่ยวสวนดอกไม้ ก็ยังได้เห็นร่องรอยของนักเดินทางที่มีชื่อเสียงของโลกอีกด้วย เดี๋ยววันที่กลับมา เฉิงตู อีกรอบ พวกเราจะเจาะไปที่ประวัติศาสตร์ในช่วง 1,700 ปีที่แล้ว กับเรื่องราวของหนึ่งในผู้ปกครองเฉิงตูที่มีชื่อเสียงที่สุดในประวัติศาสตร์


โพสต์ต่อไป พวกเราจะเปลี่ยนฟีลจากวิวเมือง ออกไปหาธรรมชาติ นั่งรถไฟความเร็วสูง จากเฉิงตู มุ่งสู่ จิ่วจ้ายโกว ธารน้ำ 9 หมู่บ้าน อุทยานแห่งชาติ ระดับ 5A ในบรรยากาศ ปลายฤดูหนาว ต้น ฤดูใบไม้ผลิกัน
steps 21,776
