Sichuan 01: Chengdu เฉิงตู เที่ยวใจกลางเมือง Chunxi Lu วัดต้าสือ ตึก IFS

เฉิงตู ฤดูใบไม้ผลิ ที่นครแห่งความสุข

ถ้าหากว่ากวางโจว เป็นเมืองที่ได้รับการขนานนามว่า “นครแห่งดอกไม้” เราคิดว่า สำหรับเมือง เฉิงตู ชื่อที่เหมาะสมก็คงจะเป็น “นครแห่งความสุข” เพราะเมืองนี้ได้รับการลงคะแนนให้เป็นหนึ่งใน “เมืองที่ผู้คนมีความสุขที่สุด” ติดต่อกันถึง 16 ปีเลยทีเดียว

วิถีชีวิตของผู้คนในเฉิงตู แม้ว่าจะมีความเร่งรีบ ทันสมัย แบบเมืองใหญ่ แต่ในขณะเดียวกันก็มีความผ่อนคลาย และชิลๆ ไปด้วยพร้อมๆ กัน เรารู้สึกว่าผู้คนที่เฉิงตูนี่เค้าดูแฮปปี้นะ ถ้าให้ยกตัวอย่างก็ อย่างในสวนสาธารณะประชาชน พอผู้คนเลิกงานก็มานั่งจิบน้ำชากันใต้ร่มไม้และบรรยากาศเย็นสบายกันจนเก้าอี้เต็มหมดทุกที่ แถมยังจิบชาไป ใช้บริการแคะหูไปอีก.. เอ็นจอยชีวิตกันจัดๆ

แผนที่แสดงตำแหน่ง เมือง เฉิงตู ณ มณฑลเสฉวน ประเทศจีน

เมืองหลวงแห่ง มณฑล เสฉวน ที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน “เมืองอุทยานใต้เงาหิมาลัย เมืองแห่งชีวิตที่เรียบง่าย และเมืองแห่งนวัตกรรม” เฉิงตูในวันนี้เป็นเมืองที่โด่งดังเรื่องหมีแพนด้า และยังเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางของนักท่องเที่ยวที่ต้องการไปชมอุทยานสำคัญต่างๆ เช่น จิ่วจ้ายโกว, สี่ดรุณี, ต้ากู๋ปิงชวน, หวงหลง, ปี้เผิงโกว ฯลฯ ซึ่งทุกวันนี้หลายที่สามารถไปเยือนด้วยรถไฟความเร็วสูงจากเฉิงตูได้ หรือหากจะเดินทางไปด้วยรถทัวร์ก็ได้อีกเช่นกัน

นอกเหนือจากแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่โด่งดังระดับโลกแล้ว เฉิงตูยังเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานหลายพันปี ย้อนไปถึงราชวงศ์ฮั่นเลยทีเดียว สมัยก่อนเฉิงตูได้ชื่อว่าเป็นนครแห่งแพรไหม เพราะเป็นแหล่งทำการค้าเส้นทางสายไหมที่สำคัญ แม้แต่มาร์โค โปโล และพระถังซำจั๋ง (เสวียนจ้าง) ก็มาเยือนแล้ว สำหรับคอวรรณกรรมก็คงทราบกันดี ว่าเมือง เซงโต๋ (สำเนียงแต้จิ๋ว) ในยุคสามก๊ก ที่ปกครองโดยเล่าปี่ นั้นก็คือเมืองเฉิงตูเมืองนี้นั่นเอง เรียกได้ว่า มาเมืองเดียว ตามรอยได้หลายคนเลย

ในทริปนี้พวกเราเดินทางในฤดูใบไม้ผลิ เดือนมีนาคม 6 วัน 6 คืน นั่งรถไฟความเร็วสูง มุ่งสู่ อุทยานแห่งชาติระดับ 5A จิ่วจ้ายโกว ลำธารเก้าหมู่บ้าน ที่อยู่ทางตอนเหนือของ เสฉวน และ เดินเล่นในถนนคนเดินชื่อดัง ที่เหมือนย้อนไป 1,700 ปีก่อน จัดเต็มกับเมืองแห่งประวัติศาสตร์ ราชวงศ์ฉู่ฮั่น ในยุคสามก๊ก โดยเราจะเขียนบันทึกการเดินทาง แบ่งออกเป็น หลายๆ โพสต์ และจะเขียนสรุปค่าใช้จ่ายการเดินทางให้ในโพสต์ท้ายสุด เช่นเคย


Day 0 – 19th Wednesday

ไฟลท์บินมุ่งตรงสู่เฉิงตู ออกเดินทางเวลา 18.15 น.

ไม่แน่ใจว่าทำไม แต่เวลาของ Flight ที่ไปถึงเฉิงตู ที่ราคาโอเคหน่อย มักจะมีแต่ไฟลท์ดึก ไม่ว่าจะสายการบินไหน..

เครื่องบิน China Eastern

พวกเราออกเดินทางจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในเวลาประมาณ 19.00 น. ซึ่งดีเลย์จากกำหนดการเดิม (18.15น.) มาประมาณ 45 นาที เหมือนว่าจะมีพายุ ฝนตกหนักที่ภาคเหนือของไทยในวันนี้ ทำให้หลายๆ ไฟลท์ดีเลย์ไปตามๆ กัน ครั้งนี้เราเดินทางด้วยสายการบิน China Eastern เครื่องบินฝ่าพายุฝนไปซักพักหนึ่งจึงเริ่มเสิร์ฟอาหารเย็นตอน 2 ทุ่มกว่า เมื่อเดินทางไปถึงจุดที่เครื่องเริ่มนิ่งจากสภาพอากาศแล้ว สื่อบันเทิงของเครื่องบินลำนี้เป็นจอห้อยลงมาจากเพดาน มีภาพยนตร์ให้ดูสำหรับทุกคนเป็นเรื่องเดียวกันหมด ทั้งขาไป และขากลับ คือหนังจีนเรื่องที่คุณพ่อที่เป็นโปรแกรมเมอร์ ต้องออกจากงานมาเป็นไรเดอร์ส่งอาหาร

แต่ไม่ว่าจะขาไปหรือขาบินกลับ พวกเราก็ไม่เคยได้ดูเรื่องนี้จบซักที (เพราะถึงที่หมายก่อน!) เครื่องลงที่เฉิงตูประมาณ 5 ทุ่มกว่า พอออกจากเครื่องมาก็เจอกับอากาศ 10 องศา ฉ่ำๆ … ดีนะที่เตรียมเสื้อโค้ทขึ้นเครื่องมาด้วย พวกเราขึ้นรถบัสเพื่อไปยังอาคารผู้โดยสาร พอเดินเข้ามาถึงจุดตรวจคนเข้าเมืองก็พบกับเรื่องตื่นเต้นต้อนรับเลย

ผ่านจุดแสกนอุณหภูมิออกไป การ์ดก็โดนสุ่มเรียกไป swap เพื่อเก็บตัวอย่าง ส่วนเราก็กรอกใบ ตม. รอ แบบ งงๆ ว่าเค้าพาการ์ดไปไหน.. ซักพักการ์ดก็กลับมา ใช้เวลาไม่นานนักพวกเราก็ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองออกมารับกระเป๋า ไม่เกิน 1 ชม. ตั้งแต่เครื่องมาถึงเฉิงตู

รับกระเป๋าเดินทางเรียบร้อย ณ ท่าอากาศยานเทียนฝู

มาถึงดึกๆ เที่ยงคืนแบบนี้ แต่ท่าอากาศยานเทียนฝูก็มีรถบัสรับส่งไปยังจุดต่างๆ ตลอดทั้งคืน พวกเราเดินลากกระเป๋ากันออกมาไม่ไกลก็ถึงจุดขึ้นรถบัส โดยจะต้องทำการเชื่อมการจ่ายค่าโดยสารรถบัสกับ Alipay ของเราก่อน (มีเจ้าหน้าที่คอยช่วยเหลือตลอด) แล้วเราก็ไปที่รถเบอร์ 1 คันที่จะไป Chunxi Lu (แถวตึก IFS ที่มีแพนด้าปีน ใจกลางเมือง) นั่งรอไม่เกิน 10 นาที คนก็เต็มรถ จากนั้นรถก็ออกเดินทาง ระยะเวลาจากท่าอากาศยานฯ ไปยัง Chunxi Lu ใช้เวลาประมาณ 1 ชม. ครึ่ง ราคาหลัง 5 ทุ่ม คนละ 25 หยวน (ปกติ 15 หยวน) โดยรถบัสจะพามาจอดให้เราลงตรงข้ามตึก IFS ที่มีแพนด้าปีนเลย บริเวณนี้มี street food มาตั้งรถขายให้เลือกเป็นเสบียงกลางดึก มากมาย เผื่อใครหิว หรือจะเข้า LAWSON ใกล้ๆ นี่ก็ได้ นักท่องเที่ยวชาวไทยหลายๆ ท่านเลือกที่จะพักโรงแรมใกล้โซนนี้ ส่วนของเราต้องเดินไปอีกประมาณ 10 นาที บางคนก็ทดลองใช้บริการรถตุ๊กๆ แดง กันตามแล้วแต่ถนัด

รถบัสจากสนามบิน มาจอดที่ Chunxi Rd. บริเวณแถวๆ ตึก IFS

เวลานั้นน่าจะตี 2 กว่า พวกเราลากกระเป๋ากันมายังโรงแรม Aifei Hotel Chengdu Taiguli IFS Branch 艾扉酒店(成都太古里IFS店) เพื่อที่จะพบว่า… ไม่เห็นมีคน ไม่มีล็อบบี้เลย.. หน้าตาก็เหมือนภาพที่โชว์ใน Trip.com นี่นา ดูเหมือนบริษัททัวร์มากกว่า ณ เวลานั้น ก็งงมาก เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่พวกเราจองโรงแรมผ่าน Trip.com และในข้อมูลการจอง รวมถึงข้อมูลโรงแรม ก็ไม่ได้มีการแจ้งอะไรเป็นพิเศษ แชทอะไรไปก็มีแต่บอท แถมไม่ได้ส่งข้อความมาแจ้งอะไรก่อนมาถึงด้วย แต่เอ๊ะ มันมีลิฟท์แก้วนี่นา ลองขึ้นลิฟท์ไปดีกว่า …. แล้วก็พบว่า มืด ไม่มีอะไร ตามคาด

นี่มันเดจาวู นึกถึงเมื่อ ราว 12 ปีก่อน ที่ไปงงๆ หาตำแหน่งโฮสเทลไม่เจอที่รัสเซีย แบบไม่ได้มีป้ายบอกอะไร แล้วสัญชาติญาณก็บอกเราว่า ให้ลองใช้ google translate ส่องป้ายภาษาจีนตรงนั้นดู เพราะเห็นคำว่า 30m เผื่อมีอะไร แปลออกมาก็ตามนั้นจ้าาา “ให้ไป check in ที่โรงแรมข้างๆ เดินไปอีก 30 m”

สรุป โรงแรมที่เราจะพัก สองคืนแรก ที่ เฉิงตูคือ  Jianguo hidden hotel  หรือ Jiànguó·pú yǐn Jiudian 建国·璞隐酒店จริงๆ โรงแรม Aifei อยู่ในเครือเดียวกับ โรงแรมนี้แหละ ถ้าเราใช้แผนที่ใน Trip.com ก็คงจะมาถูกที่ละ แต่เราใช้ Amap มาตามตำแหน่งของ Aifei ไงก็เลยหลง งง ในเวลาตีสอง ที่ง่วงจัดๆ กันอยู่สิบนาที

เกือบตีสาม เราเช็คอินสำเร็จหลังจากรอกรุ๊ปคนไทยก่อนหน้าเช็คอินให้เรียบร้อย พนักงานแอด Wechat เรามา แล้วพูดภาษาจีนให้แปลอังกฤษอะไรสักอย่างแต่พวกเราง่วงมากเลยเดินมาขึ้นลิฟท์เลย แล้วก็พบว่า ลิฟท์นี้ไม่มีชั้นที่เราต้องไป…. ก็เลยลงลิฟท์กลับมางงๆ แล้วเจอกับพนักงานโรงแรมอีกคน ที่แต่งตัวเท่ห์มากๆ เหมือนชุดกังฟูประยุกต์ เค้าก็เดินนำทางเรามาว่าต้องไปที่ชั้น 2 ก่อน แล้วเดินผ่านห้องซักรีด ผ่านห้องอาหาร ไปทางนี้ แล้วขึ้นลิฟท์อีกตัว ถึงจะไปชั้นที่เราต้องการได้ โอเค เชื่อแล้วว่าเป็น hidden hotel!

ห้องพัก Jianguo hidden hotel 

ห้องพักสวยทีเดียว สำหรับฤดูกาลนี้เหมือนจะไม่มีแอร์ มีแต่ heater เราเลยแง้มหน้าต่างนิดๆ เอา ให้พอได้เย็นกำลังดี ในที่สุดคืนนี้เราก็จะได้นอนกันซักทีหลังจากที่เครื่องดีเลย์จนมาถึงดึกกว่าที่คิดไว้


Day 1 – 20th Thursday

Jianguo hidden hotel จริงๆ แล้วเราต้องมาพักที่โรงแรมนี้ แม้จะจอง Aifel Hotel มา
Jianguo hidden hotel 

เป็นเช้าที่ยังมึนๆ เพราะเมื่อคืนมาถึงดึก พวกเราตื่นกัน 8 โมงกว่า แพลนของเราในวันนี้ ในช่วงเช้าพวกเราจะกลับไปเดินแถว Chunxi lu ที่เราเดินผ่านเมื่อคืน กันก่อน

กลาง chunxi lu ช่วงสายๆ ร้านค้าเปิดให้บริการกันครึกครื้น

แถวนี้มีร้านต่างๆ มากมาย ถนน Chunxi Lu ในวันธรรมดาครึกครื้นตั้งแต่ช่วงสายๆ มีทั้งอาหาร ชานม ร้านของเล่น TOPTOY Miniso ฯลฯ สารพัด เปิดประชันกัน โดยเฉพาะร้านเครื่องเงิน ร้านนี้ ที่เต้นโชว์เรียกแขกกันแบบอลังการ มีแต่คนรุมถ่าย (พวกเราก็เป็นหนึ่งในนั้น)

อย่างร้านนี้ขายเฉพาะครีมทามือเลย  แพคเกจจิ้งคือน่ารักมาก มีแบบตู้คีบด้วย

เราเดินกลับมาผ่านโซนตึก IFS โซนรอบๆ มีจอ 3 มิติ ให้ได้เลือกถ่ายรูปเล่น ร้านชานมกลางลานนี่เหมือนจะเปิดใหม่ มีคนต่อคิวเยอะมาก เห็นว่าเป็นร้านที่ดังในเน็ตจีน ราคาไม่แพง เน้นคนขายหล่องานดี เลยมีสาวๆ มาต่อคิวยาวสุดๆ

ร้านชาเปิดใหม่ที่ Chunxi Lu คนเข้าแถวยาวมาก
ร้านชาเปิดใหม่ที่ Chunxi Lu คนเข้าแถวยาวมาก

พวกเราเดินต่อมาถึงใจกลางย่าน Taikooli ไท่กู่หลี ย่านที่มีร้านค้าแบรนด์เนม ที่ตกแต่งแบบจีนโบราณ ภายในย่านที่เต็มไปด้วยห้างหรู คาเฟ่เก๋ๆ และผู้คนพลุกพล่าน กลับมีวัดพุทธโบราณที่มีอายุกว่า 1,500 ปี ตั้งอยู่ใจกลาง แบบกลมกลืนกับบรรยากาศสุดๆ ใช่แล้ว walkventurer ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็มักจะเริ่มทริปด้วยการไปไหว้พระ ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เอาฤกษ์เอาชัย ก่อนเสมอ!

Tai Koo Li
Tai Koo Li
แผนที่แสดง กลางเมืองเฉิงตู โชว์ตำแหน่งโรงแรม Aifei, ตึก IFS, Chunxi Rd., วัดต้าสือ

วัด Daci ต้าชือ วัดแห่งความเมตตา มีประวัติคร่าวๆ ว่าในสมัยก่อน ในยุคที่ผู้คนประสบกับภัยสงคราม แล้วฮ่องเต้ในตอนนั้นผ่านมาที่วัดแห่งนี้ พบว่า มีพระหลายรูปแจกจ่ายทานเพื่อช่วยเหลือผู้คนในยามยากลำบาก เลยตั้งชื่อวัดแห่งนี้ว่า วัดแห่งความเมตตา หรือ Daci si นั่นเอง

กำแพงหน้าวัดต้าสือ ใจกลางย่าน taikoo li มีแอ่งน้ำส่งเสริมฮวงจุ้ยด้านหน้า มีเจ้าหน้าที่ประจำรอบๆ แอ่งน้ำ คอยระวังไม่ให้นักท่องเที่ยวเดินตกน้ำ
กำแพงหน้าวัดต้าสือ ใจกลางย่าน taikoo li มีแอ่งน้ำส่งเสริมฮวงจุ้ยด้านหน้า
มีเจ้าหน้าที่ประจำรอบๆ แอ่งน้ำ คอยระวังไม่ให้นักท่องเที่ยวเดินตกน้ำ

ไฮไลท์ คือเริ่มตั้งแต่ทางเข้ากันเลย ตรงกำแพงนี้ จะมีคำว่า ฟู ลู้ โช้ว Fú lù shòu ซึ่งแปลว่า โชคดี มั่งคั่ง และอายุยืนหรือ ฮก ลก ซิ่ว แบบที่ เราคนไทย คุ้นเคย ในภาษาแต้จิ๋ว นั่นแหละ ซึ่งคนที่มา ก็จะมา ลูบที่ตัวอักษร ฟู กันซะส่วนใหญ่ เพื่อขอความโชคดี ให้แก่ตน

ตรงข้ามกับกำแพงตัวอักษร คือทางเข้าวัด ที่มีพระศรีอาริยเมตไตรย (เวอร์ชันพระสงฆ์จีนอ้วน) อยู่หน้าวัดตามคติพุทธมหายาน รายล้อมไปด้วย ท้าวจตุโลกบาลทั้ง 4

เดินเข้ามาข้างใน เราจะพบกับ พระประธานองค์ใหญ่ (พระอมิตาภะ) เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิที่สงบนิ่ง อยู่กลางอุโบสถไม้แบบจีนโบราณ องค์พระดูเรียบง่ายแต่ขลัง รายล้อมด้วยพระอรหันต์เรียงราย (เราถ่ายภาพมาไม่ได้เพราะเขามีพฺิธีอยู่พอดี ห้ามถ่าย) บรรยากาศภายในวัดเงียบ เย็น และเต็มไปด้วยกลิ่นไม้หอมจางๆ จากรูปสลักองค์พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร

อีกหนึ่งเรื่องเด่นๆ ที่วัดนี้ มีผู้คนเข้ามาเยี่ยมเยือน ก็คือ ที่นี่คือ วัดที่ พระเสวียนจั้ง หรือ พระถังซำจั๋ง อุปสมบถเป็นพระภิกษุ ในตอนที่ท่านอายุ 20 ปี จากนั้นท่านก็เดินทาง ไปศึกษาหลักธรรมที่ ฉางอัน จนถึงอายุ 27 ปี แล้วจึงเริ่มภารกิจ อัญเชิญพระไตรปิฏก ที่ชมพูทวีป หรือก็คือ ประเทศอินเดีย

พระเสวียนจั้ง หรือ พระถังซำจั๋ง จากตำนาน ไซอิ๋ว ท่านมีตัวตนจริงๆ และได้อุปสมบทที่วัดต้าสือ
พระเสวียนจั้ง หรือ พระถังซำจั๋ง

ซึ่งตอนที่ท่านกลับมาที่จีน ก็ไม่ได้มีแค่ พระไตรปิฎก แต่ รวมไปถึง ได้เขียนบันทึกการเดินทาง ไป-กลับ ชมพูทวีปด้วยตัวคนเดียวอีกด้วย

จะบอกว่า ท่านเป็นตำนาน Travel Blogger ของจีนก็ว่าได้ (ซึ่งเรื่องจริงก็ไม่ได้มี หงอคง ตือโป้ยก่าย ซัวเจ๋ง ไปด้วยนะ)

ชั้นบนของย่าน Taikoo li เราสามารถถ่ายภาพหลังคาวัดในโซนนี้ได้
ชั้นบนของย่าน Taikoo li เราสามารถถ่ายภาพหลังคาวัดในโซนนี้ได้

หลังจากที่ ใช้เวลา ที่วัด กันจนถึงเที่ยง พวกเราก็กลับมาที่แถว IFS เพื่อหาของกินกันต่อ คือใครมาแถวนี้แล้วไม่รู้จะกินที่ไหน เราขอแนะนำให้มาตรงนี้เลยป้ายเด่นมาก อยู่ตรงข้ามตึกแพนด้านี่ล่ะ ชี้ Food court ตัวโตๆ ข้างล่าง มีหลายร้านให้เลือกเลย ตามสบาย

ทางลงไปยัง Food court ในห้าง แถวตึก IFS
ทางลงไปยัง Food court ในห้าง แถวตึก IFS

พวกเราเลือกเป็น ร้านบะหมี่ มาเสฉวน ขอกิน บะหมี่เสฉวน แบบพริกแซ่บๆ ก่อน สั่งบะหมี่คนละชาม ชามนึงเป็นเส้นแบบปกติ ส่วนอีกชามเป็นแบบ เส้นใหญ่  ซึ่งเป็นบะหมี่คลุกทั้งสองชาม พร้อมกับ เนื้อแกะย่างหม่าล่า 2 ไม้ อร่อยมากๆ ทั้งบะหมี่และเนื้อแกะย่าง ของเราสั่งบะหมี่เผ็ดน้อย ก็โอเคอยู่สู้ไหว แต่ของการ์ดเป็นแบบเผ็ดปกติ ของคนเฉิงตู คือเผ็ดจนปากแดงเลย แซ่บจัด คนไทยแอพพรูฟ

ต่อไปเราจะเดินทางต่อจากใจกลางเมือง ไปยังโซนทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองเฉิงตูกัน เพื่อที่จะไปศูนย์อนุรักษ์แพนด้า และชมสวนดอกไม้ ในฤดูใบไม้ผลิ ที่ Manhua Manor ทั้งสองที่อยู่ใกล้ๆ กัน สามารถแพลนไปเที่ยวในวันเดียวกันได้ โดยใช้เวลาเดินทางจากใจกลางเมืองประมาณ 30 นาที ถ้านั่ง Didi ไป แต่ใครจะนั่งรถบัสไปจากแถว IFS หรือนั่ง MRT ก็ได้เหมือนกัน แล้วแต่ว่าชอบแบบไหน