
เชื่อว่าหลายท่านน่าจะมีแผนที่จะไปเยี่ยมชมงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติ ที่ Canton fair complex เพื่อดูลู่ทาง ขยับขยาย จับคู่ธุรกิจ ทั้งในประเทศจีน และระดับนานาชาติ หรือบางคนอาจจะไม่ได้ไปร่วมงาน expo แต่วางแผนที่จะไปเที่ยวยังนครแห่งการค้า ที่มีประวัติศาสตร์นับพันปีแห่งนี้ ในโพสนี้ เราจะมาแชร์รายละเอียด สถานที่ท่องเที่ยว และการเดินทางคร่าวๆ กัน
เราเคยมีโอกาสได้พูดคุยกับคนจีนที่เป็นคนกวางโจว และเพื่อนคนไทยที่เรียนที่นี่ ทั้งสองคนต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่ากวางโจวเป็นเมืองที่ดอกไม้สวย ชาวกวางโจวชอบดอกไม้ ชอบประดับดอกไม้ในบ้าน สมฉายา “เมืองแห่งบุปผา” เนื่องจากสภาพอากาศที่เอื้ออำนวยต่อการมีดอกไม้บานสวยตลอดทุกฤดูกาล ตลอดการเดินทางในกวางโจวของพวกเรา สองฝั่งถนนล้วนประดับประดาไปด้วยดอกไม้หลายชนิด ทั้งดอกเฟื่องฟ้าที่บ้านเรามี ออกดอกชมพูแน่นเป็นพุ่มตลอดทาง และดอกฝ้ายไหม สีชมพู ที่บานในฤดูใบไม้ร่วง

เนื่องจากในครั้งนี้จุดประสงค์หลักของพวกเราคือการไปทำงาน ที่งาน CISMEF (China International Small & Medium Enterprise fair) ครั้งที่ 19 ที่ Canton Fair Complex เราจึงเลือกพักที่ PACO+ HOTEL (CHEBEINAN branch) ซึ่งอยู่ห่างจากงาน 3 ป้าย MRT แต่อยู่ห่างจากแหล่งท่องเที่ยวหลักๆ เช่น Beijing Lu พอสมควร หากใครจะมาชมงาน Expo ที่ Canton Fair Complex ก็สามารถเลือกพักใกล้ๆ งานเหมือนพวกเราก็ได้ หรือจะพักแถว Beijing Lu ก็ได้ แล้วแต่สะดวก
สถานที่ท่องเที่ยวเด่นๆ ในกวางโจว เรียงรายอยู่ข้างๆ แม่น้ำไข่มุก (Zhujiang)
1. Beijing Lu
Beijing lu ถนนปักกิ่ง (ถนนนครเหนือ) ให้ฟีลเหมือนเป็นโซนสยามสแควร์แห่งเมืองกวางโจว เป็นโซนถนนคนเดินที่มีทั้งร้านอาหาร ของฝาก ของที่ระลึก ห้างใหญ่ๆ ที่มีสินค้าแบรนด์เนมมากมายให้ได้ช้อปปิ้ง คนไทยเวลามาเที่ยวกวางโจวก็มักจะเลือกพักโรงแรมใกล้ๆ Beijing Lu นี่แหละ เพราะหาของกินง่าย ช้อปปิ้งและเที่ยวสะดวก
ประวัติคร่าวๆ คือ ถนนแห่งนี้เป็นเส้นทางการค้าที่สำคัญของเมืองกวางโจวซึ่งมีอายุมากกว่า 1,000 ปี มีโซนที่จัดแสดง ถนนโบราณใต้ดิน โดยมีกระจกครอบไว้ ให้เห็นร่องรอยของถนนในยุคก่อน สร้างทับขึ้นมาเรื่อยๆ อยู่กลางถนนคนเดิน ทำให้เห็นเลยว่า ผ่านมาพันกว่า ปี ผู้คนที่นี่ก็ยังคึกคักไม่เปลี่ยนแปลง









ถ้ามา Beijing Lu แล้วก็ไม่ควรพลาดที่จะแวะไปไหว้พระกันที่ วัด Da fo ต้าฝอ (วัดพระใหญ่) วัดสำคัญที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองกวางโจวและอยู่ติดถนนคนเดิน วัดต้าฝอมีอายุมากกว่า 1,000 ปี ถือเป็นศูนย์กลางสำคัญในการเผยแผ่พุทธศาสนาในพื้นที่ตอนใต้ของประเทศจีน โดดเด่นด้านความสวยงาม หากมาเยี่ยมชมโซนด้านหลังวัดในยามค่ำคืน







วัดนี้คราคร่ำไปด้วยผู้คนทุกวัย โดยเฉพาะวัยรุ่นนี่คือไหว้กันจริงจังมากๆ ซึ่งสาเหตุก็เป็นเพราะ ที่นี่ เป็นวัดเก่าแก่
ที่มีชื่อเสียงในการขอพร ด้านการงาน การเรียน และ การค้าขาย
วัดต้าฝอ เปิดให้เข้าได้ถึง 3 ทุ่ม พวกเราอยากจะแนะนำให้มาช่วงกลางคืน เพราะความอลังการและความขลังของที่นี่
จะเด่นชัดอย่างมากในยามค่ำคืน เราจะได้ยินเสียงคนพูดว่า สวยมากๆ ตลอดเวลา
การเดินทาง: MRT สถานี Beijing Lu (北京路)
2. Zhujiang New Town






โซนเมืองใหม่ ที่เต็มไปด้วยตึกสูงดีไซน์ล้ำสมัยที่จะเปิดโชว์ไฟเวลาค่ำๆ มีลานกิจกรรม ห้องสมุด Guangzhou Library, Guangzhou Opera House เป็นจุดที่เราจะได้เห็น Canton Tower ซึ่งถือเป็น หอคอยที่สูงเป็นอันดับ 2 ของโลก เปิดไฟสลับสียามค่ำคืน จุดนี้ถ่ายภาพ Canton Tower ได้สวย ตำแหน่งกำลังดี ซึ่งช่วงที่เราเดินทางไปเยือนกวางโจว ตรงกับงานแสดงไฟที่ Huacheng Square พอดี เลยมีผู้คนมารวมตัวกันที่นี่มากเป็นพิเศษ และเหมือนจะมีคอนเสิร์ตด้วย
บริเวณ Huacheng Square มีห้างสรรพสินค้าใต้ดิน Mall of the World ที่เต็มไปด้วยร้านอาหารจำนวนมาก (คนแน่นมากทุกร้าน!) ใครแวะมาเที่ยวโซนนี้ก็สามารถมาทานข้าวที่นี่ได้
สำหรับห้องสมุด เป็นห้องสมุดที่ใหญ่มากๆ มีทั้งหมด 9 ชั้น ตระการตา ดีไซน์โมเดิร์น ส่วนตัวเราไม่เคยเห็นห้องสมุดที่ใหญ่ขนาดนี้มาก่อน แนะนำว่าน่าแวะมาเยี่ยมชม ดูผู้คนที่แวะมาอ่านหนังสือที่นี่ ห้องสมุดเข้าฟรี เปิดเวลา 9.00-21.00 น.
การเดินทาง: MRT สถานี Zhujiang New Town (珠江新城)
3. Liede Bridge

สะพานใหญ่ Liede เป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของเมืองกวางโจว เราสามารถชมไฟสะพานที่เปลี่ยนภาพไปเรื่อยๆ จากสวนสาธารณะริมน้ำได้ โดยเดินไปจาก MRT ประมาณ เกือบ 2km (ใครไม่อยากเดินก็เรียก Didi เอาได้) ระหว่างทาง เราจะผ่าน ห้าง Tiande ที่เปิดไฟอลังการและมีร้านอาหารนานาชาติอยู่ริมแม่น้ำตึกสไตล์จีน ซึ่งพอดูแล้วก็เข้ากันอย่างบอกไม่ถูก



ระหว่างที่เดินผ่าน ห้าง Tiande ก็จะเห็น Canton tower เป็นระยะๆ เป็นมุมถ่ายรูปที่ใกล้กว่าโซน Huacheng Square
การเดินทาง: MRT สถานี Liede (猎德)
4. Shamian Island








Shamian Island (เกาะซาเมียน) เป็นเกาะเล็กๆ ขนาด 0.3 ตารางกิโลเมตร ที่นี่เคยเป็นเขตสัมปทานเช่าของประเทศอังกฤษและฝรั่งเศสในปี 1859 ทำให้เกาะนี้มีการสร้างอาคารในแบบยุโรป ที่นี่มีทั้ง โบสถ์ สถานทูต ธนาคาร และคลังสินค้า
ปัจจุบัน ทางการจีนได้รักษาสถาปัตยกรรมยุโรปดั้งเดิมไว้ และ พัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่ผสมผสานวัฒนธรรมตะวันตกและจีนอย่างลงตัว วันที่พวกเรามามีฝนตกปรอยๆ ด้วย ทำให้ได้ฟิลลิ่งที่เหมือนอยู่ที่ยุโรปมากเลย
การเดินทาง: MRT สถานี Huangsha (黄沙)

5. Link Plaza

เป็นห้างที่ด้านล่างจะเชื่อมกับ MRT Huangsha สามารถเดินไปเกาะซาเมียน หรือ Yongqingfang จากที่นี่ได้ แนะนำว่า เวลามาเที่ยวโซนนี้ แวะทานข้าว หรือช้อปปิ้งที่ห้างนี้ได้เลย ห้าง Link Plaza มีร้านอาหาร ร้านขนม ร้านกาแฟ มากมายให้เลือกสรร นอกจากนี้ยังมี POPMART และ TOP TOY รวมถึง Miniso อีกด้วย
การเดินทาง: MRT สถานี Huangsha (黄沙)






6. Yongqingfang

Yong qing fang หมู่บ้านโบราณในสมัยราชวงค์ชิงที่ถูกปรับปรุงซ่อมแซมเป็นแหล่งท่องเที่ยว ในปี 2015 ซึ่งที่พวกเราเลือกจะมาในช่วงเย็นก็เพราะว่าต้องการจะมาดูแสงไฟที่ประดับในยามค่ำคืนของที่นี่








พอช่วงค่ำๆ บรรยากาศของที่นี่ที่ไฟเริ่มเปิด สวยมากๆ ทั้งไฟ ทั้งดอกไม้ และร้านค้าต่างๆ คือเสริมกันได้อย่างดีเลย ที่นี่มีบริการเช่าชุดจีนโบราณให้ถ่ายรูปด้วย มีซอยนึงในหมู่บ้านที่มีแต่ร้านให้บริการเช่าชุด แต่งหน้า ทั้งซอย

ส่วนตรงนี้เป็นทางเข้า พิพิธภัณฑ์งิ้วกวางตุ้ง ซึ่งเปิดในช่วงกลางวัน ซึ่งในช่วงกลางคืนเปิดไฟอลังการ เสริมกับจุดถ่ายรูป ยอดฮิต ไฮไลท์ของที่นี่ อย่าง สะพานพระจันทร์ ที่ตอนกลางคืนจะเปิดไฟที่สะท้อนกับน้ำเป็นรูปจันทร์เสี้ยว
การเดินทาง: MRT สถานี Huangsha (黄沙)
7. Canton Fair Complex

ศูนย์รวมการประชุมและเจรจาทางการค้ายุคใหม่ของกวางโจว ช่วงที่เรามาเป็นงานจัดแสดงผู้ประกอบการนานาชาติ
หรือ Cismef ครั้งที่ 19 ซึ่งมีผู้ประกอบการจากนานาประเทศมาร่วมแสดงสินค้า และเจรจาธุรกิจในงานนี้









Canton Fair complex มีหลาย hall มากๆ ในแต่ละปีจะมีการจัดงาน expo มากมายหลายรูปแบบ งานที่มีชื่อเสียงเป็นพิเศษคืองาน Canton Fair ซึ่งชาวต่างชาตินิยมมาร่วมงานเพื่อดูนวัตกรรมใหม่ๆ หรือมาหาช่องทางทำธุรกิจ กับคนจีน และ นานาชาติ



ช่วงที่เรามา เป็นช่วงฤดูใบไม้ร่วง ดอกฝ้ายไหมกำลังบานสวย ที่ถนนหน้า hall พอดี
การเดินทาง: MRT สถานี Pazhou (琶洲)

สำหรับโพสต์ถัดไป เราจะมาแชร์ร้านอาหาร และร้านกาแฟอร่อยๆ ที่กวางโจวกัน
