Day 8: Artsy Pier-2 of Kaohsiung เกาสง ท่าเรือแห่งศิลปะ (2nd time Taiwan)

Day 8 – 27th Wednesday

หลังจากที่ตื่นเช้ามากๆ เพื่อไปอาลีซานกันมาหลายวัน วันนี้เป็นวันที่พวกเราเริ่มวันกันได้สายหน่อย  พวกเราทานข้าวปั้นที่ตุนมาจาก 7-11 เมื่อคืน ดื่มกาแฟของทางโรงแรม แล้วก็ได้ทำการ ซักผ้าลอตใหญ่  ห้องซักผ้าของ inns hotel อยู่ที่ชั้นใต้ดิน มึหลายเครื่องเลยไม่ต้องแย่งกันใช้  เราทั้งซักแล้วก็อบผ้า กว่าจะเสร็จก็ประมาณเที่ยง

ที่เกาสงในวันนี้อากาศไม่ค่อยเย็นเท่าทางเหนือ ค่อนข้างจะร้อนคล้ายเมืองไทย ประมาณ 29 องศา แต่เนื่องจากเป็นเมืองริมทะเลเลยมีลมเย็นๆ พัดมาเป็นครั้งคราว

เกาสงเป็นเมืองใหญ่เป็นอันดับ 2 ของไต้หวัน อยู่ติดท่าเรือทางตอนใต้ของเกาะ ใกล้ไถหนานและผิงตง เป็นเมืองศูนย์กลางของอุตสาหกรรมการต่อเรือ และเป็น 1 ใน 4 ของท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดในโลก เกาสงมีประวัติศาสตร์ยาวนาน ด้วยความที่อยู่ใกล้เมืองหลวงเก่าอย่างไถหนาน เกาสงจึงเป็นเมืองท่าเรือที่สำคัญมาตั้งแต่ในอดีต  เท่าที่เราได้สื่อสารกับผู้คนในเกาสงตามร้านรวงต่างๆ คิดว่าภาษาอังกฤษของคนที่นี่ดีมากๆ ดีกว่าเมืองอื่นเท่าที่ได้สัมผัสมา  ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะเป็นเมืองท่า ที่มีหลากหลายเชื้อชาติมาเยือนหรือเปล่า

me with an umbrella in at sunny day near the crossroads.

พวกเราออกเดินชมบรรยากาศเมืองย่าน MRT Cianjin เพื่อไปยังร้านอาหารใกล้ๆ ที่ไต้หวันนี่เราสามารถหาร้านน่าสนใจได้จาก google review ในแมปได้เลย ส่วนมากร้านที่ได้รีวิวดีๆ คนชมเยอะๆ มักจะอร่อยจริง

scenery along the street in Kaohsiung
Qianjin pork porridge store, Kaohsiung. Highly recommended for breakfast and lunch.

เดินกันมาประมาณ 10 นาทีจากโรงแรมก็มาถึง ร้าน ข้าวต้มหมูเชียนจิน 前金肉燥飯 เป็นร้าน local ที่เปิดมานาน ตั้งแต่ปี 1959 หน้าตาเหมือนร้านที่ตึกแถวแถวแฮปปี้แลนด์ (ลาดพร้าว) ขึ้นชื่อเรื่องไข่ดาวที่ทอดแบบพิเศษ มีทั้งลูกค้าที่มาต่อแถวทานที่ร้าน และซื้อกลับบ้าน เป็นแถวเดียวกัน วิธีการซื้อก็คือพอถึงคิวเราเขาจะให้กระดาษมาติ๊กสิ่งที่ต้องการจะสั่ง แล้วเขาก็จะตักให้เหมือนข้าวแกง พอสั่งแล้วก็มาหาโต๊ะนั่งรอได้ เมื่ออาหารพร้อมเขาจะมาเสิร์ฟที่โต๊ะ ลูกหลานของร้านนี้ที่ช่วยขายอยู่พูดภาษาอังกฤษได้ เราสั่งเป็นข้าวต้ม ท๊อปด้วย หรูโร่วฟ่าน (ข้าวหมูพะโล้สับ) ปลาหยอง ไข่เป็ดดาวแบบเอกลักษณ์ของที่นี่ และซุปลูกชิ้นปลา

porridge with deep-fried poached eggs, shredded fish, braised pork belly and fishballs soup

ไข่ดาวของที่นี่ไม่รู้ใช้วิธียังไงทอด เหมือนเป็น deep-fried poached egg อร่อยมากๆ หน้าตาเป็นแบบนี้ ข้างนอกกรอบ แต่ข้างในไข่ยังเยิ้มอยู่  กินกับน้ำซุปนัวๆ ละมุน เข้ากันมากๆ

this store's signature egg
random bird along the street

นกพิราบที่ลงมาเกาะกิ่งไม้เตี้ยๆ ระหว่างทางเดินกลับ

checking the map at MRT in Kaohsiung

เราเดินกลับมาที่ MRT สายสีส้ม สถานี Cianjin เพื่อที่จะไปยังสถานี  Sizhiwan สุดสาย ที่สถานีนี้เราสามารถนั่งเรือข้ามฟากไปเกาะ Cijin ได้ แต่ว่าวันนี้เรายังเหนื่อยกันอยู่ เลยเปลี่ยนโปรแกรมเป็นเดินเล่นเบาๆ ชมศิลปะแทน เพราะถ้าไปเกาะต้องขี่จักรยานทั้งวัน ไม่น่าไหว (มีจักรยานไฟฟ้าและรถเล็กให้เช่าที่เกาะ)

in MRT Kaohsiung, destination station of the line
map of Sizhiwan district

พอมาถึงจึงได้รู้จากป้ายในสถานีนี้ว่าย่าน Sizhiwan นี้ เป็นโซนเมืองเก่าที่มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจหลายที่เลยทีเดียว รอบหน้าอาจจะต้องมาซ้ำ เก็บให้ครบ

claw machine and capybara dolls

ในสถานีมีตู้คีบตุ๊กตามาคอยหลอกล่อเป็นระยะ การ์ดก็ยังคงไม่ท้อถอยในการพยายามคีบ แต่ก็ยังคงชวดเช่นเคย  มารอบนี้เหมือนจะไม่มีดวงในการคีบตุ๊กตาเหมือนคราวที่แล้วนะ

mural in Kaohsiung

พวกเราเดินมาขึ้นรถไฟรางเบา LRT ที่สถานี Hamasen ใกล้ๆ เพื่อขึ้นเหนือ ไปชมอุโมงค์ต้นไม้ที่สถานี  C21 Neiwei Arts Center  รถ LRT นี่ก็ใช้ ipass แตะขึ้นได้เลย แต่ระหว่างทางอาจจะมีเจ้าหน้าที่ขึ้นมาเช็คบัตรบนรถเพื่อดูว่ามีใครเนียนขึ้นฟรีรึเปล่า

เรารู้สึกเพลิดเพลินกับการชมเมืองเกาสงด้วย LRT มากๆ เนื่องจากเป็นรถไฟเล็กๆ จึงสามารถวิ่งผ่านโซนชุมชน และสี่แยกต่างๆ ได้อย่างใกล้ชิด กลมกลืนไปกับสภาพความเป็นอยู่  บางจุดก็เพนท์ภาพเก๋ๆ เป็น mural คูลๆ ให้เห็นได้ตลอดทาง พอมีภาพประดับสวยๆ บนกำแพงต่างๆ แล้วดูไม่แห้ง ดูเป็นเมืองที่มีชีวิตชีวา เปี่ยมด้วยศิลปะ

LRT in Kaohsiung

อุโมงค์ต้นไม้ที่เราจะไปนั้นอยู่ระหว่างสถานี Neiwei Arts Center กับสถานี Fine Arts of Museum จริงๆ ก็คือเป็นแนวต้นไม้ที่ปลูกเรียงราย ดูโค้งสวย เลยเรียกกันว่าอุโมงค์ต้นไม้ หรืออุโมงค์โตโตโระ เป็นจุดที่แวะมาถ่ายรูปเก๋ๆ ได้

LRT in Kaohsiung
totoro tunnel (tree tunnel)
tall trees in the park

โซนรอบๆ เป็นสวนสาธารณะเขียวขจี  มีกระรอกตัวใหญ่หางฟูเป็นพวง หลายตัว กระโดดไปมา ส่งเสียง จั่กๆๆๆ คุยกันดังมาก ไม่รู้เมาธ์อะไรกัน

big squirrel in the park
sculpture near the museum

ส่วนหนึ่งของ Kaohsiung Museum of Fine Arts

old style train

จากนั้นเราก็นั่งรถไฟ LRT ย้อนกลับไปลงที่สถานี Penglai-Pier2 (ถัดจากสถานี Hamasen ที่เรามาไป 1 สถานี) เพื่อกลับไปที่ย่านท่าเรือ  ในย่านนี้จะมี Pier-2 Arts center ศูนย์ศิลปะขนาดใหญ่ของเกาสง ซึ่งแต่เดิมเป็นโซนโกดังท่าเรือ ที่มีโกดังทั้งหมด 25 แห่ง เรียกได้ว่าใหญ่จนกินพื้นที่ LRT 2-3 สถานีเลยทีเดียว  ที่นี่เป็นที่จัดแสดง Kaohsiung Design Festival, Heroes Play Bytes, เทศกาลศิลปะประติมากรรมเหล็ก (Steel & Iron Sculpture Festival), เทศกาลศิลปะคอนเทนเนอร์ (Container Arts Festival) และอีกมากมาย

pier-2 art center and the LRT line
signboard about the exhibition at pier-2 art center, Kaohsiung

แต่ก่อนอื่นเราต้องไปหาร้านกาแฟกันก่อนเพื่อเติมพลัง เราต้องชิมกาแฟในทุกเมืองที่ไปเยือน!

orange mocha iced coffee at Oracle Coffee, Kaohsiung

เราแวะไปที่ร้าน Oracle Coffee เพื่อนั่งพักตากแอร์ จิบกาแฟ ร้านเป็นสไตล์โมเดิร์นมินิมอล บรรยากาศดี เราสั่ง Dirty และมอคค่าส้ม signature ของร้าน ถือว่าดีเลยทีเดียว

sipping dirty coffee at Oracle coffee
Coffee bar at Oracle coffee
poster of Japan foundation

บริเวณโดยรอบเป็นสตูดิโอ และ co-working space

8c cafe

ร้าน 8c นี่ก็เป็นร้านกาแฟที่เล็งไว้แต่ไม่ได้เข้าเพราะอิ่มกาแฟกันแล้ว

Pengliai zone at pier-2 art center, Kaohsiung

เราเดินกลับมาที่โซนโกดังสินค้าริมน้ำ มีนิทรรศการเยอะแยะไปหมด ถ้าจะดูให้ครบๆ คงต้องมาเป็นวัน หรือหลายวัน

mural
Hamasen museum of Taiwan railway sign

เราเลือกที่จะไป Hamasen Museum of Taiwan Railway กันก่อนเป็นที่แรก ซึ่งอยู่ในโซนโกดังสินค้าเผิงไหล เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จำลองประวัติศาสตร์ทางรถไฟอายุนับศตวรรษ

small train for fun

บัตรผ่านเข้าชมพิพิธภัณฑ์ จะมีให้เลือก ราคาปกติ กับแบบที่ใช้นั่งรถไฟเล็กได้ ดูเอนจอยกันทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ วัยรุ่นเลย

labubu with the rail

ขนาดของทางรถไฟเล็กประมาณนี้

Hamasen museum of Taiwan railway tickets

บัตรเข้าชม

rubberstamps as memento

ประทับตรากันซะหน่อย

observing the vintage map

เมื่อเข้าไปในพิพิธภัณฑ์ก็ได้พบกับภาพจำลอง แผนที่โบราณ ที่ชาวญี่ปุ่นทำไว้ โดยระบุว่าจุดต่างๆ เมืองต่างๆ ในไต้หวัน มีทรัพยากรอะไรบ้าง เช่น ปลา ไร่ชา ส้ม ฯลฯ  แผนที่แสดงทางรถไฟตั้งแต่ไทเป มาไถจง ขึ้นไปอาลีซาน ลงมาไถหนาน และเกาสง เหมือนเส้นทางที่พวกเราเดินทางในทริปนี้เลย

vintage map of Taiwan made by the Japanese during their rule
trying out the officer's hats

มีหมวกและเสื้อ พนักงานเดินรถ ให้ใส่ถ่ายรูปเล่น แต่ลองแค่หมวกกันดีกว่า

small train model
miniature towns and trains showing all big cities in Taiwan in various ages

โซนที่ประทับใจมากๆ คือ เมืองจำลอง ที่แสดงให้เห็นไต้หวันทั้งประเทศ และรถไฟในยุคต่างๆ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มีการจำลองพระอาทิตย์ขึ้นอาทิตย์ตก พอถึงเวลากลางคืน บ้านเรือน และรถไฟที่วิ่งอยู่ก็เปิดไฟ วิ่งลดเลี้ยวไปตามราง มีไฟเขียวไฟแดงตามท้องถนนหยุดให้รถไฟวิ่งผ่าน ดูเพลินมากๆ พวกเราใช้เวลากับห้องนี้นานประมาณนึงเลย

miniature towns and trains showing all big cities in Taiwan in various ages

มีทั้งโซนท่าเรือ รถไฟลอดอุโมงค์ มีบอลลูน คือทำสวยมากๆ  แต่ละดีเทลละเอียดสุดๆ ถ้าใครเคยต่อรางรถไฟของเล่นตอนเด็กๆ จะต้องชอบมากแน่ๆ

Taiwan railway illustration

เราชอบด้านนี้เป็นพิเศษ ภาพวาดรถไฟรูปแบบต่างๆ ในไต้หวัน ในทุกยุค

miniature pier
to the future
other exhibitions at pier-2, Kaohsiung

ออกจากพิพิธภัณฑ์รถไฟมาก็ยังมีโซนนิทรรศการต่างๆ ซึ่งเวลาของพวกเราคงไม่พอ น่าจะทำได้แค่ เดินดูด้านนอกรอบๆ

railway art district
railway art district

เราเดินไปกันที่ Railway Art District ของ Hamasen Cultural Park ซึ่งเป็นโซนทางรถไฟเก่า คิดว่าสมัยก่อนรถไฟสายต่างๆ คงวิ่งมาจอดที่ท่าเรือแล้วหยุดรถไว้บริเวณนี้  รางรถไฟจำนวนมากทอดพาดขนานกันไปในทุ่งหญ้า ที่ปัจจุบันเป็นที่จัดแสดงงานศิลปะ เป็นที่นั่งเล่นปิกนิค เล่นว่าวของเด็กๆ  อากาศประมาณ 26 องศา แดดไม่ได้ร้อนมากเวลา 4 โมงเย็น เรานั่งพักที่ต้นไทรและดูชีวิตของผู้คนที่มาพักผ่อนเที่ยวเล่นในบริเวณนี้ ถ้าอากาศประมาณนี้ตลอดทั้งปีแบบที่เกาสง และมีพื้นที่ให้ศิลปะ และพื้นที่สาธารณะสำหรับประชาชนพักผ่อนหย่อนใจแบบนี้ การมาอาศัยอยู่ที่เกาสงคงจะดีไม่ใช่น้อย

railway art district
Big robot at pier-2
labubu at pier-2

ถัดมาเป็นโซน The Pier-2 Art Center มี mural สวยๆ มากมายให้ถ่ายรูปกันได้ ดูจากวันที่ที่จารึกบนภาพแล้วบางภาพก็เพิ่งเพนท์เสร็จเมื่อปีก่อนนี่เอง ในโซนนี้มีทั้งครอบครัว เด็กๆ และสัตว์เลี้ยง มาเดินเล่น เล่นสเก็ตบอร์ด ดูเป็นโซนกิจกรรมสำหรับทุกคนและที่แสดงผลงานศิลปะไปในตัว

labubu with mural at pier-2
mural at pier-2, Kaohsiung
mural at pier-2, Kaohsiung
souvenir shop in visitor center

ในบริเวณนี้จะมีร้านหนังสือ และร้านของที่ระลึก gift shop ให้เลือกซื้อกันได้  เราได้ไพ่ทาโรต์ลาย Mucha มาในราคาที่ถูกกว่าในเมืองไทย

goods at the bookstore
goods at the bookstore

ด้านนอก มีงานศิลปะที่ทำจากตู้คอนเทนเนอร์

container art
container art

ในโซนนี้ถ้าเดินไปเรื่อยๆ ก็จะพบกับงานศิลปะและร้านรวงต่างๆ มากมาย ทั้งร้านขาย arttoy ร้านขายของต่างๆ เดินเลาะรางรถไฟ LRT กันไปเรื่อยๆ ทางทิศตะวันออก มีเลนจักรยานขนานกันไป เราเดินผ่านป้ายรถไฟ LRT 2 ป้าย ชมงานศิลปะไปเรื่อยๆ พร้อมๆ กันที่ฟ้ายามเย็นค่อยๆ มืดลงทีละนิด

sculpture at pier-2 art center
foundation poster
LRT at pier art center

พอมาถึง Great Harbor Bridge ก็เป็นช่วงที่ไฟกำลังสวยพอดี  อีกด้านของสะพานมีร้านอาหารริมน้ำ สำหรับมาดินเนอร์ชมบรรยากาศ ริมท่าเรือ ผู้คนมากมายเดินเล่นรับลมทะเลเย็นๆ บ้างก็ช้อปปิ้ง บ้างก็รับประทานอาหาร ดูเป็นโซนท่าเรืออาร์ตๆ ที่มีชีวิตชีวา และเป็นหนึ่งเดียวกับวิถีชีวิตชาวเมือง

great habor bridge in the evening
Taiwan dream

เดินกันต่อไปทางตะวันออกเรื่อยๆ ก็ยังมีปะติมากรรมอีกหลายชิ้น อย่างชิ้นนี้ชื่อ Taiwan Dream ถึงโซนนี้จะเริ่มมืดเพราะเป็นโซนสวนต้าอี้

art exhibition at pier-2

ในสวนต้าอี้มีงานแสดงศิลปะ ที่เป็นปะติมากรรมใหญ่ๆ อีกสองชิ้น รอบหน้าคิดว่าจะมาชมในเวลากลางวันให้ได้ เพราะอีกที่นึงข้างๆ มีทางเดินให้ขึ้นไปบนต้นไทรได้ แต่ในเวลานี้มืดแล้วเลยไม่ได้เข้าไปชม  ข้างๆ สวนนี้ก็มีร้านอาหาร ที่เป็น rooftop bar บรรยากาศดีทีเดียว

art exhibition at pier-2, Kaohsiung
Kaohsiung music Center up-close at night

เราเดินกันไปถึง Kaohsiung music Center ศูนย์แสดงดนตรีเกาสง ที่นี่จะมีการแสดงดนตรีให้ชมตามโปรแกรมที่มีตลอดปี โดยเฉพาะในวันหยุดสามารถชมดนตรีกลางแจ้งได้  ในโซนนี้จะถ่ายรูปได้ในระยะที่ค่อนข้างใกล้ แต่ถ้าอยากถ่ายอาคารเต็มๆ ทั้งอาคาร แนะนำให้ขึ้น LRT จากป้าย Love Pier ไปที่ป้าย Glory Pier จะได้มุมสวยๆ ริมน้ำ แบบนี้เลย

Kaohsiung music Center, view from glory pier at night

โซน Glory Pier นี่ก็เป็นอีกโซนที่บรรยากาศดี น่ามาเดินเล่น ปั่นจักรยาน หรือนั่งชิล ชมเรือ และบรรยากาศริมน้ำ มีที่นั่งให้ตลอดเส้นทาง ช่วงที่มีการจัดแสดงเป็ดยักษ์ในไต้หวันก็จัดที่นี่นั่นเอง แต่พวกเรามาตอนที่นิทรรศการเลิกไปแล้วเลยไม่ได้เห็นในรอบนี้

map showing the route from Hamasen museum to Love pier

เส้นทางที่เราเดินมาจาก Hamasen มาจนถึง Love Pier แล้วขึ้น LRT ไป Glory Pier ประมาณนี้

waiting for the LRT

จากนั้นเราก็ขึ้น LRT จากป้าย Glory Pier ไปที่ Cianjhen Star Station  แล้วเดินข้ามสะพาน Cianjhen Star Bridge เพื่อข้ามแยกไปขึ้น KMRT สายสีแดง กลับไปที่ สถานี Formosa Boulevard

at Cianjhen Star Bridge

สะพาน Cianjhen Star Bridge เป็นอีกที่หนึ่งที่น่ามาถ่ายรูปชิคๆ ของเกาสง เป็นทางเชื่อมระหว่าง LRT และ KMRT อีกด้วย เดินทางมาได้ง่าย

night view in Kaohsiung
at Cianjhen Star Bridge

รอบนี้ ตอนมาถึง Dome of light ที่ MRT Formosa Boulevard เขากำลังเปิดไฟสวยพอดี และไม่นานก็จัดแสดงฉายภาพบนพื้นเหมือนที่ได้เห็นเมื่อวาน

Dome of light at MRT Formosa boulevard
light show at Dome of light, MRT Formosa boulevard

แน่นอนว่าเรากลับมาทานอาหารเย็นที่ตลาดกลางคืน Liouhe กันอีกครั้ง รอบนี้ร้านหอยอบชีสเมื่อวานไม่มา เลยได้ลองของใหม่บ้างนิดหน่อย

Liouhe night market, Kaohsiung
Roasted shrimp with cheese at Liouhe night market, Kaohsiung

คืนนี้เราได้ลองกุ้งอบชีสตัวใหญ่ๆ อร่อยทีเดียว แต่แกะทานยากนิดหน่อย ถ้าจะทานที่ตลาดเลย

Roasted scallop with cheese at Liouhe night market, Kaohsiung

หอยเชลอบที่ร้านกุ้งย่าง

draft beer

ลองเบียร์สดของอีกร้าน ทานเบียร์ไต้หวันเช่นเคย ชอบมากๆ

we try another shop's Taiwan draft beer
fried calamari and fried shishamo

ปลาไข่ทอด และหนวดปลาหมึกทอด เหมาะกับเบียร์ที่สุด ช่วงนี้เราพยายามสรรหาคาลามารี ไว้กินกับเบียร์เสมอเวลาไปเที่ยว

fried calamari and fried shishamo

หนวดปลาหมึกชุบแป้งทอดเค้าจะหั่นใส่ถ้วยมาให้แบบนี้

fried donuts

โดนัททอดร้านข้างๆ ร้านปลาหมึก ที่มีน้ำใจมาช่วยสื่อสารภาษาอังกฤษกับพวกเรา

fried donuts
roasted beef

คืนนี้เรากลับไปกินเนื้อวัวหั่นลูกเต๋าย่างกันอีกครั้ง รอบนี้สังเป็นไซส์ใหญ่เลย เอามากินกับเบียร์ให้อิ่มหนำ

Bug cat standies in the MRT

พวกเรากลับไปเข้าห้องน้ำในสถานี MRT Formosa Boulevard รอบนี้เดินผ่านแสตนดี้ Bug Cat ที่เราชอบมากๆ เลยถ่ายรูปไว้เสียหน่อย

Bug cat standy in the MRT

รู้สึกว่าเขาจะโคกับ KMRT

Corgi motorbike

ระหว่างทางเดินกลับ พบคอร์กี้บนมอเตอไซค์

claw machine store

รอบนี้เราเปลี่ยนเส้นทาง แล้วก็ได้เจอกับร้านตู้คีบตุ๊กตาขนาดใหญ่ 2 คูหา คือใหญ่มากๆ คนเยอะมากๆ แล้วของที่คีบได้สำหรับบางตู้เป็นพวก ทิชชู น้ำดื่ม หรือ น้ำยาซักผ้า ที่พวกเรารู้สึกงุนงงว่ามาคีบกันทำไม ก็เลยลองเดินเข้าไปดู

reward at claw machine store

พอเดินดูซักพักก็เริ่มเข้าใจว่าแต่ละตู้จะมีแต้มให้สะสม เรียงตามความคีบยากคีบง่าย ถ้าสะสมแต้มรวมๆ ได้ถึงจุดนึง จะนำไปแลกของรางวัลชิ้นใหญ่ได้ รางวัลเป็นพวก ฟิกเกอร์ หมอน ตั๋วเที่ยว และอื่นๆ แล้วบางคนคือแบบ เซียนมากกกก คีบแบบ ชิลๆ ก็ได้แล้ว ได้ตลอด บางคนก็ตั้งใจมาคีบจริงจังมาก ตั้งแต่เด็กวัยรุ่นจนถึงผู้ใหญ่ คนที่นี่เขาชอบการคีบตุ๊กตากันจริงๆ พวกเราก็ลองกับเค้าบ้าง แต่ก็ยังคงคีบไม่ได้เช่นเคย..

ก็จบวันกันไปสำหรับวันที่ 2 ที่เกาสงของพวกเรา วันนี้เน้นไปทางดูนิทรรศการศิลปะและพิพิธภัณฑ์ แต่ก็ยังดูไม่ทั่ว รอบหน้าถ้ามาเกาสงจะกลับมาโซนนี้อีกรอบอย่างแน่นอน

Steps: 13,319