Day 7: Sunrise at Alishan / go to Kaohsiung ชมพระอาทิตย์ขึ้นที่อาลีซาน แล้วเดินทางต่อไปที่เกาสง (2nd time Taiwan)

Day 7 – 26th Tuesday

สามสิ่งที่ควรได้เห็นสักครั้ง หากมาที่อาลีซาน

หนึ่ง คือ ทะเลหมอก

สอง คือ พระอาทิตย์ตก

และ สาม คือ พระอาทิตย์ขึ้น!!

กล่าวโดยชายวัย 75  ที่เข้านอน สามทุ่ม ตื่นตี สาม ทุกวัน เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลนักท่องเที่ยว
ที่มาชมพระอาทิตย์ขึ้น ณ ยอดเขาแห่งอาลีซาน

scenery on the road at night

วันนี้เราตื่นกันตีสามครึ่ง  พอถึงเวลา 4.13น. ก็แต่งตัวพร้อมรับลมหนาว 13 องศา เดินขึ้นบันไดและไต่เนินเขาไปยังสถานีรถไฟอาลีซาน นักท่องเที่ยวคนอื่นๆ ก็ทยอยออกมาจากโรงแรมในเวลาเดียวกัน  บรรยากาศยามเช้ามืดยังคงมืดสนิท มีเพียงแสงไฟตามจุดต่างๆ  และพระจันทร์เกือบเต็มดวง ที่เด่นเป็นสง่าอยู่บนฟ้า

preparing for trekking session before sunrise. There is a full moon and sakura blossom in the background. Location: Alishan national park

พวกเราลังเลว่าจะแวะซื้อกาแฟร้อนจาก 7-11 ดีไหมเพราะเห็นฝรั่งซื้ออยู่ แต่ก็คิดว่ารีบไปต่อคิวขึ้นรถไฟดีกว่า เพราะถ้าไปช้าอาจจะต้องยืนบนรถไฟกว่า 20 นาที

เดินกันมา 10 นาทีเราก็มาต่อคิวรอขึ้นรถไฟ ในเวลา 4.23 แถวเริ่มยาวแล้ว (เวลารถไฟออก 5.00 น.) แต่พอถึงเวลา 4.45 น. เขาก็เปิดประตูให้เข้าไปต่อแถวรอที่ชานชาลา

people are walking from Alishan train station to the platform in early morning
train ticket from Alishan station to Zhushan station
people are waiting for the train to arrive.

นกที่ตื่นเช้าคือนกที่ได้นั่งบนรถไฟเที่ยวพระอาทิตย์ขึ้น  พวกเรารวดเร็วกันมากเลยได้อยู่คิวแรก ณ หัวขบวน  พอรถไฟมาเลยได้นั่งกันสมใจ  รถไฟแน่นมากกก คนที่เข้ามาช้าก็ต้องยืนโหนราวขึ้นเขาไปยาวๆ ผู้โดยสารมีทุกวัย ตั้งแต่เด็ก คนแก่ หนุ่มสาว ทุกคนต่างมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือการไปดูพระอาทิตย์ขึ้น จากบนยอดเขาอาลีซาน

inside the train to Zhushan
Red cypress forest, scenery outside the train window.
people getting out from the train at Zhushan station. Ready to go see the sunrise at Alishan.

อากาศไม่ค่อยหนาวมากเพราะในตู้รถค่อนข้างอุ่นและคนเยอะ เวลาผ่านไปประมาณ 20 นาทีเราก็มาถึงสถานี Zhushan ผู้คนจำนวนมากหลั่งไหลออกมาจากขบวนรถไฟและค่อยๆ เคลื่อนตัวไปยังจุดชมพระอาทิตย์ขึ้น พวกเราเดินขึ้นบันไดไม้ออกจากสถานีรถไฟไปไม่ไกลก็ถึงจุดชมวิว บรรยากาศรอบๆ มีร้านขายอาหารเช้าและเครื่องดื่มมากมายให้เลือกสรร ครึกครื้นมากๆ

food & drink kiosks at Zhushan sunrise observation spot
Alishan dripped coffee
group of people waiting to see the sunrise at Alishan

ผู้คนมากมายมารอชมแสงแรกของวัน เสียงที่ดังฟังชัดที่สุด ณ บริเวณนั้น คือเสียงคุณลุงเจ้าหน้าที่อุทยานที่ตะโกนเล่าเรื่องราวด้วยพลังเสียงประดุจจอมยุทธ นับว่าแก้เบื่อ สร้างบรรยากาศ แก้ง่วงได้สุดๆ  กรุ๊ปข้างๆ มีฝรั่งคนหนึ่งฟังภาษาจีนออก คอยแปลสิ่งที่คุณลุงพูดให้คนในกรุ๊ปฟังเป็นภาษาอังกฤษ พวกเราเลยแอบฟังด้วย ได้ความว่า คุณลุงเล่าประวัติอาลีซานบ้าง เล่าเรื่องหน้าที่การงานของเจ้าหน้าที่อุทยานบ้าง ความเป็นมาของต้นซากุระอายุ 90 ปีที่นายพลญี่ปุ่นมาปลูกไว้บ้าง

จุดชมวิวที่เรายืนอยู่ ถ้ายื่นมือออกนอกรั้วไป จะเป็นเขตเทศมณฑลหนานโถว ที่เป็นที่ตั้งของทะเลสาบสุริยันจันทรา (Sun moon lake) ลุงยังบอกอีกว่า จากตรงนี้ ถ้าเดินเท้าไป 15 วัน จะถึงทะเลสาบแน่นอน

national park officer is briefing about history of Alishan

“ไต้หวันมี 100 ยอดเขาสูง หากในชีวิตได้ไปมาแค่ 1 เขา ก็ถือว่าชีวิตนี้คุ้มค่าแล้ว!!
และที่นี่คือ 1 ในนั้น ทุกคน คือคนที่สุดยอดมาก ใช่ไม่ใช่!???”

“ช่ายยยยยยย”

เหล่านักท่องเที่ยวขานตอบคุณลุงอย่างคึกคัก เปี่ยมด้วยพลัง

national park officer hands out pine oil for the tourists to test the fragrance

ระหว่างนั้นคุณลุงมี tie in ขายของฝากอาลีซาน พวกตะเกียบไม้สน และน้ำมันสนไปด้วย พร้อมทั้งแจกจ่ายน้ำมันสนให้ทุกคนได้ลองดมกัน  พวกเราก็ได้เทสกับเค้าด้วย เย็นฉ่ำปอดมาก

sunrise at Alishan with no cloud

พระอาทิตย์ขึ้นตอนเวลาประมาณ 6.08 น. แสงแรกของวัน ณ อาลีซาน ในทิวทัศน์ที่ ไม่มีเมฆหมอกใดๆ มาบดบัง นับว่าเป็น ภาพที่เห็นได้ยากนัก หากใครมีโอกาสก็อยากแนะนำให้ขึ้นมาดู เพราะการเห็นด้วยตาตนเอง สวยกว่าในภาพ หลายเท่านัก

we experienced the sunrise at Alishan, Zhushan station
sakura tree in front of Zhushan station

ชื่นชมบรรยากาศยามพระอาทิตย์ขึ้นได้ไม่นาน ก็ต้องเลือก ว่าจะเดินไปชมวิวที่จุดชมวิวใกล้ๆ ต่อ หรือนั่งรถไฟกลับรอบหกโมงครึ่งดี พวกเราเลือกที่จะรีบกลับ เพราะถ้าพลาดรถไฟรอบแรก ก็จะต้องรอรอบต่อไปตอน 7 โมงกว่าเลย 

train tickets from Zhushan station to Alishan station

พวกเรารีบไปซื้อตั๋วกลับ แล้วมาต่อคิว ด้วยความไว ขากลับเราก็ ได้นั่งเช่นเคย! (โชคดีไม่มีจริง คนวิ่งเท่านั้นที่ได้นั่ง)

Alishan national park scenery in the early morning
Alishan national park scenery in the early morning

บรรยากาศตอนนั่งรถไฟกลับสถานีอาลีซานต่างจากตอนขามามากๆ เพราะฟ้าสว่างแล้ว และในรถไฟเปิดเพลง OST ประจำอาลีซาน ฟังดูร่าเริงสนุกสนานดี  แสงแดดสีทองลอดผ่านทิวสน และกิ่งใบ ดูสวยระยิบระยับ ได้บรรยากาศ อากาศประมาณ 13 องศา เย็นฉ่ำได้ฟีลสุดๆ

forest railway
Alishan national park scenery in the early morning at Alishan train station

โรงแรม Chinshan Villa ที่พวกเราพัก ให้คูปองอาหารเช้ามา ทานได้ภายใน 9 โมงเช้า และต้องไปทานในโซนที่กำหนดไว้ ห่างจากตัวโรงแรมนิดหน่อย (อยู่ แถว tourist service center ใกล้สถานี) แต่พวกเราคิดว่าเอาเวลาไปอาบน้ำอุ่นให้ทันตามเวลาที่กำหนดก่อน 9 โมงเช้า แล้วรีบไปซื้อตั๋วรถบัสสำหรับกลับเจียอี้ ที่เปิดขายวันต่อวัน เริ่มตั้งแต่ 8 โมงเช้า ดีกว่า

Alishan national park scenery in the early morning

ขามาถึงเราจะนั่งรถทัวร์ของ Lion travel มา แต่ทัวร์นี้ไม่เปิดในวันอังคาร เราเลยคิดว่าจะนั่งรถสาธารณะลงไปดีกว่า จริงๆ ก็เลือกได้หลายสาย หลายวิธี หลายจุดหมาย แต่บางวิธีอาจจะต้องต่อรถหน่อย เราเลยเลือกนั่งรถบัสสาธารณะรอบบ่ายโมงครึ่ง สาย 7329 ต่อเดียว ไปลงที่สถานี HSR เจียอี้ เลย

sakura tree at Alishan in late March

รถบัสสาย 7329 จริงๆ แล้วสามารถใช้ easycard ขึ้นได้ หรือจองผ่าน klook ได้ แต่วิธีนี้จะต้องไปต่อแถวแบบไม่ reserved ที่นั่ง  ซึ่งจะต้องรอให้คนที่ต่อแถว reserved ขึ้นไปจนหมดก่อน 

manhole cover

พวกเรารีบไปซื้อตั๋วกันตอน 8 โมงกว่า เพื่อที่จะได้ตั๋วที่การันตีที่นั่ง โดยวิธีการก็คือ จะต้องเดินลงเนินเขาออกจากทางเข้าอุทยานไปยังท่ารถ Alishan bus station ด้านนอก (ตอนออกไปเค้าจะให้กระดาษปั๊มตราไว้แสดงตอนเดินกลับเข้ามาได้)  จะมีอาคารท่ารถอยู่ ให้เข้าไปซื้อตั๋วที่ cashier ของ 7-11 ได้เลย (ต้องเป็นสาขานี้นะ สาขาในอุทยานอาลีซาน ไม่ได้) พนักงานพูดภาษาอังกฤษได้

7-11 store at the bus station  outside of Alishan national park.

แล้วตอนรอเวลารถออกก็มานั่งรถที่ที่นั่งใน 7-11 นี่แหละ  หรือจะมาซื้อตั๋วตอนเวลาใกล้รถออกทีเดียวก็ได้ แต่ช่วงไฮซีซันซากุระบานแบบรอบนี้เราไม่อยากเสี่ยงเลยซื้อไว้ก่อน ที่อาคารนี้มี gallery ด้วย ถ้ามาตรงกับวันที่จัดแสดงนิทรรศการก็แนะนำให้มาชม  เรื่อง gallery นี่มีคนไต้หวันที่เดินผ่านมาทักให้เราไปชมอีกที แต่เสียดายวันที่เราอยู่ นิทรรศการยังไม่ถึงกำหนดเริ่มจัดแสดง

map showing walking route from Chinshan hotel to Alishan bus station
7329bus tickets from Alishan to HSR Chiayi station

ไหนๆ ก็มาถึง 7-11 แล้ว เราก็นั่งกินข้าวเช้าที่นั่นซะเลย พวกข้าวปั้น กับข้าวแบบที่กินง่ายๆ เร็วๆ ใน 7-11 ไต้หวันอร่อยนะ พวกเราพกไปปีนเขา หรือพกไว้กินที่โรงแรมหลายมื้อละ โดยเฉพาะกาแฟ อร่อย ใช้ได้เลย

our light meal from 7-11

จากนั้นพวกเราก็กลับมาพักผ่อน เก็บกระเป๋า เตรียมตัว และเช็คเอาท์ในเวลา 11 โมง ตามระเบียบโรงแรมไต้หวัน  แวะชมบรรยากาศต้นไม้ดอกไม้ ฤดูใบไม้ผลิ หน้าโรงแรม กันซักพัก แล้วก็กลับไปทานข้าวกลางวันที่โซน food court ที่เดิมที่ทานเมื่อวาน

dandelion flower
sakura blossoms in front of Chinshan hotel
Wisteria flower and labubu
strolling around in Alishan, hotel area.

ซุปดอกไม้จีนยังคงน่าประทับใจเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือ เห็ดชิ้นใหญ่มากกก ผักบนอาลีซานนี่ หวาน สด อร่อยมากๆ คนชอบทานผักน่าจะถูกใจ

daylily flower soup with mushroom
vegetables

ทานข้าวกลางวันเสร็จ เรายังมีเวลาเหลือก่อนรถออก แต่เราก็คิดว่าไปนั่งรอที่ท่ารถเลยดีกว่า ไหนๆ ก็ลากกระเป๋าออกมาแล้ว พวกเราไปนั่งรอที่จุดรอรถใน 7-11 ที่ท่ารถ เมื่อใกล้ถึงเวลาก็ไปต่อแถวรอในแถว Reserved seat

sticker on the floor for reserved seat queue at 7-11 Alishan bus station

แต่ก็มีเรื่องเกินความคาดหมายจนได้  เนื่องจากรถเป็นรถเล็ก ขนาดเดียวกับตอนนั่ง S9 ที่เก็บกระเป๋าด้านล่างเลยไม่ได้จุเท่าไหร่ ทีนี้ แกงค์ป้าที่รีบไปยืนต่อแถวก่อนเราเขามีกระเป๋าเล็กกระเป๋าน้อย ตะกร้าของฝากโน่นนั่นนี่ ที่วางซ้อนๆ ทับกันไม่ได้ เยอะไปหมด เลยกลายเป็นว่า ถัดจากแกงค์ป้าที่มีประมาณ 5 คน ไม่มีใครสามารถเก็บกระเป๋าเดินทางในช่องเก็บกระเป๋าใต้รถได้เลยจ้าาา  แม้แต่คู่ด้านหน้าเราก็ไม่ได้ ทุกคนต้องยกกระเป๋าเดินทางขึ้นรถไปไว้ข้างๆ ที่นั่งกันหมดซะงั้น..

Alishan bus timetable

ไอ้เรามันก็กระเป๋าใหญ่ซะด้วยสิ เพราะมาเที่ยว 10 วันช่วงอากาศเย็น เลยต้องแยกกันนั่ง แล้วเอากระเป๋าไว้ที่นั่งข้างๆ บ้าง ไว้ตรงทางเดินแล้วจับไว้อีกอัน ขลุกขลักกันนิดหน่อย แต่แทบทั้งคันรถก็ต้องทำแบบเดียวกัน

inside the 7329 bus  downhill

ผู้โดยสารทุกคนน่ารัก ไม่ว่าจะเป็นเชื้อชาติไหน ทุกคนพร้อมหาที่นั่งให้ทุกคนได้นั่ง เพราะการยืนบนรถบัสลงเขาคืออันตรายมากๆ เข้าโค้งทุกๆสองวินาที ตัวโยกกันทั้งคัน กว่าจะลงมาถึงข้างล่างได้ คือ มีหลายคนหน้าเขียวกันไปเลย

ก็เลยขอย้ำอีกรอบ ว่าถ้าใครแพลนจะมาอาลีซานแล้วมีกระเป๋าใหญ่ ก็ฝากไว้ที่สถานี HSR เจียอี้ แล้วเอากระเป๋าเล็กมา น่าจะสะดวกกว่าจริงๆ

take a break at tourist center

ระหว่างทางมีแวะให้เข้าห้องน้ำ ลงไปยืดเส้นยืดสายกันที่ Tourist center ที่มีดอกกัลปพฤกษ์บานสวยสะพรั่ง พอถึงเวลา 16.10 ก็มาถึงสถานี HSR เจียอี้ ใช้เวลาบนรถบัสประมาณ 2 ชม. ครึ่ง

HSR Chiayi station

มีเวลาประมาณ 40 นาที ชิวๆ พวกเราเติมเสบียง กินอะไรเล็กๆ น้อยๆ เพิ่มพลัง แล้วขึ้นชานชาลา ไปรอขึ้นรถไฟ HSR จากเจียอี้ เวลา 16.55 น. เพื่อเดินทางเป็นเวลา 1 ชม. ลงใต้ ไปยังเกาสง

platform at HSR Chiayi station
platform at HSR Chiayi station

ท้องฟ้าค่อยๆ มืดลง ดูฉ่ำฝนเล็กน้อยระหว่างทาง อากาศทางตอนใต้ของไต้หวันไม่หนาวเย็นเท่าทางเหนือ แต่ก็มีลมพัดเย็นสบาย  รถไฟความเร็วสูงจอดที่เมืองไถหนาน เมืองเก่าแก่ของไต้หวันซักครู่ จากนั้นอีก 15 นาที ก็เดินทางถึงเกาสง

scenery along the way from HSR train window

สถานี HSR Zuoying ที่เกาสงคราคร่ำไปด้วยผู้คน มีร้านขายอาหาร ขนม และข้าวกล่องเบนโตะมากมาย พวกเรามองหาป้ายทางเชื่อมไปยัง MRT เพื่อที่จะไปขึ้น KMRT สายสีแดง เข้าไปที่ใจกลางเมือง

นั่ง MRT สายสีแดงลงใต้มา ประมาณ 20 นาที ก็ถึง Formosa Boulevard station  ตอนที่ขึ้นบันไดเลื่อนมาถึงกลางสถานีก็พบว่าเขากำลังมีโชว์แสงสีเสียงพอดี แต่ใกล้จะจบแล้ว ถ่ายมาได้นิดหน่อย เด็กๆ วิ่งเล่นสนุกสนานไล่เหยียบมังกรที่บินผ่านภาพฉายบนพื้นพรม พวกเราคิดว่า พรุ่งนี้น่าจะแวะกลับมาทันดูการแสดงเต็มๆ อีกที

light show at KMRT Formosa Boulevard

สถานี Formosa Boulevard อยู่ใจกลางเมือง เชื่อม KMRT สายสีแดงและสีส้ม ตรงกลางบริเวณใต้ดินจะมี Dome of light ที่เดี๋ยวพรุ่งนี้เราจะแวะมาถ่ายรูปให้ชมอีกที (จุดเดียวกับที่มีโชว์แสงสีเสียง) โซนโดมแสงนี่จะออกแบบเป็นวงกลม จากวงกลม หันออกไปรอบด้าน จะเป็นทางลงสู่รถไฟใต้ดิน และทางออกจากสถานีในทิศต่างๆ พวกเรามองหาทางออกที่ใกล้โรงแรม ลากกระเป๋า เดินไปตามทาง  ระหว่างทางก็ผ่านโซนตลาดกลางคืนลิ่วเหอที่ร้านกำลังเริ่ม set up ตั้งร้าน รู้สึกเดจาวูนึกถึงตอนเดินผ่านตลาดเหราเหอที่ไทเปปีที่แล้ว ตอนลากกระเป๋าไปโรงแรมก็ผ่านตลาดตอนกำลังตั้งร้านเหมือนกัน

Inns hotel

ประมาณ 10 นาที ก็ถึงโรงแรม inns hotel เราพักห้อง Standard Double room พัก 3 คืน ตกคืนละ 1,684 บาท  ห้องพักสะอาด นอนสบาย ห้องน้ำใหญ่ และยังมี Netflix ให้ดูด้วย ที่ล็อบบี้มีเครื่องกาแฟ และน้ำดื่ม ให้กดฟรีได้ตลอด  โรงแรมนี้มีนักท่องเที่ยวจากหลากหลายประเทศมาเข้าพักเยอะมาก แต่ก็จัดการระบบได้รวดเร็วดี

inns hotel room
toilet at inns hotel room

พักอาบน้ำ เปลี่ยนชุด กันแล้วก็ออกไปทานอาหารเย็นที่ Liouhe Night Market  ที่เพิ่งเดินผ่านเมื่อขามา เดินจากโรงแรมไปประมาณ 3 นาทีก็ถึง

Kaohsiung Liouhe tourist night market sign

ตลาดแห่งนี้เดินทางง่ายมากๆ เพราะอยู่แทบจะติด KMRT Formosa Boulevard เลย ภายในตลาดมีอาหารหลากหลาย โดยมากเป็นอาหารทะเลสดๆ อร่อยสมชื่อเมืองริมทะเล แล้วยังมีชานมไข่มุก เบียร์ เครื่องดื่มต่างๆ รวมถึงของฝากให้เลือกซื้อกันกลับไปด้วย 

Liouhe tourist night market

ตลาดกลางคืนแห่งนี้กินบริเวณถนนทั้งเส้น โดยจะปิดไม่ให้รถผ่านในเวลากลางคืน ร้านค้าจะอยู่สองฝั่งถนน และมีโต๊ะเก้าอี้ให้นั่งตรงกลางถนน สะดวกมากๆ ถังขยะก็มีวางอยู่ตลอดทาง  เท่าที่เราสังเกตเป็นเวลา 3 วันที่มาตลาดแห่งนี้ บางร้าน ก็จะไม่มาเปิดบางวันด้วย เค้าอาจจะมีเวลาของเค้า ว่ามาวันไหนบ้าง ถ้าใครมาแล้วเจอร้านถูกใจก็ขอแนะนำให้ลองตั้งแต่วันนั้นเลย อย่าคิดว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้ก็มากิน เพราะพรุ่งนี้ ร้านนี้อาจจะไม่ได้มาก็ได้นะ

พวกเราหิวกันสุดๆ เพราะลงเขากันมา เลยพุ่งไปที่ร้านเนื้อย่างหั่นเต๋าเป็นร้านแรก นับว่าดีงามจนต้องมาซ้ำกันวันถัดมาอีกรอบ

roasted cube-cut beef at Liouhe tourist night market
roasted cube-cut beef at Liouhe tourist night market

เมื่อมีเนื้อย่างก็ต้องมีเบียร์ด้วย พวกเราสั่งเป็นเบียร์ไ้ต้หวัน และบัตเตอร์เบียร์ รวมทั้งหอยนางรม (ใหญ่มาก) จากร้านเดียวกัน หอยนางรมสด อร่อยมาก รู้สึกว่าอร่อยกว่าตอนไปญาจางอีก! 

draft beer menu
butter beer at Liouhe night market
seafood stall at Liouhe night market
big oyster at Liouhe night market
Liouhe night market, Kaohsiung

บรรยากาศร้านค้าในตลาดลิ่วเหอ อากาศประมาณ 25 องศา เดินเพลินกันสุดๆ

fried & baked seafood stall at Liouhe night market

อีกร้านที่เด็ดมากๆ แถมยังมาแค่วันอังคารวันเดียว (วันพุธกับพฤหัสเราไม่เจอร้านนี้แล้ว อาจจะหยุดพอดี) คือร้านนี้ เราสั่งเป็นหอยอบชีส และปลาทอด  หอยอบชีสเป็นหอยสับที่คลุกเคล้ากับเชดด้าและมอซซาเรลลาชีส แล้วเอามาอบในเปลือกหอยอีกที รสชาติดีมาก ยังคิดถึงรสชาติอยู่จนทุกวันนี้

baked seashell with cheese
bubble tea

เห็นร้านชาไข่มุกหมูน้อยอยู่หลายสาขาเลย

takoyaki at Liouhe night market

ทาโกะยากิราดซอสวาซาบิ ร้อนๆ ปลาหมึกเต็มคำ กินคู่กับเบียร์ฟินมาก

fried chicken at Liouhe night market, Kaohsiung

แล้วเราก็ยังมากินไก่ทอดชิ้นเล็กๆ อีก กรอบอร่อยดี

squid

ปลาหมึกตัวใหญ่มาก ร้านนี้ไม่ได้ทานเพราะอิ่มกันแล้ว

nightview at Kaohsiung

หลังจากเดินตลาดลิ่วเหอจนทั่ว และอิ่มกันแล้ว พวกเราก็เดินต่อไปที่วัดซานฟง (Sanfeng) ซึ่งเดินจากโซนนี้และโซนโรงแรมไปไม่ไกล ประมาณ 10 นาที

cat at the temple

หน้าวัดมีพนักงานต้อนรับ (?) อยู่

cat at the temple

เรามาที่วัดซานฟงในเวลากลางคืนเพราะจะมาถ่ายโคมแดง ซึ่งสวยเตะตามากๆ  วัดนี้ช่วงกลางคืนรู้สึกว่าจะปิด 4 ทุ่ม สามารถเดินมาเที่ยวหลังเที่ยวตลาดกลางคืนได้

Sanfeng temple, Kaohsiung (temple with red lanterns)
Sanfeng temple, Kaohsiung (temple with red lanterns)
Sanfeng temple, Kaohsiung (temple with red lanterns)

ไหว้พระขอพรองค์เทพนาจากันแล้วก็เดินกลับที่พัก

Wego karaoke

ระหว่างเดินกลับ ผ่านร้านคาราโอเกะเก๋ๆ ที่มีธีมเป็นเป็ดน้อย ของตกแต่งด้านในก็เป็นเป็ดน้อยเยอะเลย

ถือว่าเป็นวันที่ยาวนาน ตื่นตั้งแต่ตีสามครึ่ง เดินตลาดกลางคืนและไปวัดถึงสี่ทุ่มกว่า พรุ่งนี้เช้าที่เกาสงก็จะเป็นวันที่เริ่มชิลๆ slow down นอนตื่นสายกันได้ หลังจากที่ตื่นเช้าขึ้นเขากันมาหลายวัน

Steps  11,038