March 2024
Day 5 – 24th Sunday
ไถจงเป็นเมืองอาร์ตๆ ที่มีต้นไม้ปกคลุมเขียวชอุ่มทั่วทั้งเมือง
เช้าวันนี้สิ่งแรกที่ทำหลังจากตื่นมาคือวิ่งไปใช้เครื่องซักผ้าที่มีเพียงเครื่องเดียว แต่ไม่ได้ใช้เครื่องอบผ้าเพราะระเบียงของห้องพอจะตากผ้าได้ แบบ อุ่นแดดแน่นอน พวกเราลงไปทานอาหารเช้าของโรงแรม ซึ่งจะมีให้เลือกเป็นเซทๆ อร่อยดีมีกาแฟให้เลือกด้วย ของการ์ดเป็นแซนวิซทูน่า ของเราเป็นเซตมังสวิรัติเห็ดผัด ที่ในกูเกิลรีวิวของโรงแรมแนะนำกันมาว่าอร่อย

เราเริ่มเที่ยวกันสายหน่อยในวันนี้ เพราะต้องซักผ้าตากผ้า อากาศที่ไถจงประมาณ 29 องศา แดดจัด ฟ้าใส รู้สึกว่าร้อนเหมือนอยู่ที่ไทย


เราเดินจากโรงแรมไปเรื่อยๆ เลาะไปตามถนน เจอตู้คีบตุ๊กตาก็แวะเล่นบ้าง (แป๊กทุกรอบ) ประมาณ 10 นาที เราก็มาถึง Cultural Heritage Park เนื่องจากวันนี้เป็นวันอาทิตย์ เลยมีตลาดนัดของคราฟต์ ของเล่นเด็ก อาหาร ขนม น้ำหวาน ที่มีผู้ปกครองและเด็กมารวมตัวกันอยู่มากมาย ไม่หวั่นอากาศร้อนกันสุดๆ

บริเวณรอบๆ จะมีอาคารเก่า ของอดีตโรงกลั่นไวน์และยาสูบ ที่ยังคงโครงสร้างเดิม อิฐ และปูนเปลือยไว้ บางจุดเช่นบนแทงค์น้ำมีการเพนท์สีสดใส อาร์ตๆ ชิคน่าถ่ายรูปมากๆ



เนื่องจากอากาศร้อนมาก พอพวกเราเจอโซนที่เป็นแกลลอรีติดแอร์ เลยแวบเข้าไปหลบแดดซะหน่อย ปรากฏว่าก็ได้เจอกับของดี เป็นนิทรรศการศิลปะภาพวาดสไตล์จีนโบราณ ของครอบครัวศิลปิน ตระกูลซุนกวน ที่ได้ฝากผลงานไว้บนบานประตูวัด และบนผนังหลายๆ แห่งในไต้หวัน บางภาพที่จำลองมาจากวัดเป็นภาพที่เราตั้งใจจะไปดูในคราวที่แล้วแต่ไม่ได้ไป ก็ปรากฏว่าได้มาเห็นในรอบนี้โดยบังเอิญในแกลอรี ใช่แล้ว ภาพที่พวกเราตั้งใจจะไปดูกันคือภาพเหตุการณ์จากในเรื่องสามก๊กนั่นเอง

ศิลปินตระกูลนี้นอกจากจะวาดภาพเทพต่างๆ, พระพุทธ แล้วยังวาดภาพตัวละครจากเรื่องสามก๊กไว้หลายภาพเลยทีเดียว ศิลปินตระกูลนี้มาจากไถหนาน วัดโซนทางใต้ของไต้หวันก็จะวาดภาพตกแต่งโดยพวกเขานี่แหละ ซึ่งพวกเราก็ได้ไปเจอภาพที่ท่านวาดจริงๆ บนบานประตูวัดที่เกาสงในวันถัดๆ มา แบบว่า จำได้แน่นอน ลายเส้นนี้แหละ ชัวร์


หลังจากนั้นเราก็เดินต่อกันไปที่ National Taiwan Museum of Comic ซึ่งก็จะมีนิทรรศการภาพวาดอยู่ในเรือนต่างๆ ที่รู้สึกว่าจะเป็น Dojo เก่ามาก่อน นอกจากนี้ยังมีโฮสเทลแบบพิเศษ ให้อ่านการ์ตูนไปยาวๆ ในขณะที่เข้าพักอีกด้วย เป็นที่น่าสังเกตว่าที่ Museum of Comic ที่ไต้หวันนี้มีผู้เข้าชมมากมายทุกเพศทุกวัยเลยทีเดียว





แดดเริ่มร้อนขึ้นเรื่อยๆ ในเวลาบ่าย เราเดินเท้ากันไปต่อที่ ร้าน Chun Shui Tang สาขาแรก วันนี้เป็นวันอาทิตย์ ก็มีคิวอยู่ประมาณหนึ่ง เรารอคิวประมาณ 20 นาที ก็ได้เข้ามานั่ง



แน่นอนว่าเราสั่งชาทิกวนอินลาเต้เหมือนเดิม แต่เพิ่มเติมคือลองสั่งชานมไข่มุกธรรมดามาชิมด้วย อาหารคาวเค้าก็อร่อยดีนะ เราสั่งเป็นเต้าหู้ตุ๋นในน้ำซุปหม่าล่า, ลูกชิ้นปลาหมึกทอด และก๋วยเตี๋ยวเส้นหมี่หมูตุ๋นทอด ชามใหญ่มากกกกกก

จากนั้นเราก็เดินชมเมืองกันต่อ คือเมืองไถจงเนี่ยสถานที่ท่องเที่ยวแต่ละอย่างที่เราอยากไปมันไม่ค่อยมี MRT ถึง จะต้องนั่ง Uber เอา แต่พวกเราอยากชมบรรยากาศเมืองกันเลยเน้นเดินกันเยอะหน่อยในวันนี้ (แม้อากาศจะร้อนเกือบเท่าไทย และแดดจ้าสุดๆ)


เดินๆ ไประหว่างทางก็พบกับ Taichung Literature Museum เราไม่ได้เข้าไปดูในอาคาร แต่ด้านนอกมีการออกร้านของ craft น่ารักๆ และขนมต่างๆ เดินเพลินมากๆ บ้างก็จูงน้องหมามาด้วย ในบริเวณนั้นยังมีคาเฟ่ ที่คนนั่งกันแน่นเชียวล่ะ เค้กดูน่ากินสุดๆ



เดินกันไปอีกซักครู่เราก็มาถึง Painted animation lane เป็นโซนบ้านคนที่ไม่ได้ยาวมาก แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความชื่นชอบในแอนิเมชันเรื่องต่างๆ บางคนก็พกขาตั้งกล้องมาถ่ายเองคนเดียว กับตัวการ์ตูนที่พวกเขารัก รู้สึกว่าการ์ตูนที่เพนท์บริเวณนี้ก็ไม่ค่อยเก่ามากนะ มี Spy x Family ด้วย




เราเริ่มเดินเข้าใจกลางเมืองมากขึ้นเรื่อยๆ ผ่านสวนสาธารณะใหญ่ และตึกรามบ้านช่อง ที่ดูเป็นตึกสูงๆ ใหม่ๆ กว่าบริเวณรอบสถานีรถไฟ



เราเดินกันมาถึง Shen Ji New Village ซึ่งเป็นอีกหนึ่งย่านอาร์ตๆ ที่เป็นตลาดขายของคราฟต์ คนเดินแน่นสุดๆ เห็นว่าโซนนี้เมื่อก่อนเป็นบ้านพักข้าราชการญี่ปุ่น ที่ถูกทิ้งร้างไปหลายปีก่อนจะกลายมาเป็นย่านชิคๆ นี้



ในที่สุดพวกเราก็ได้กินกาแฟเย็นแก้วแรกของวัน! มีลุงคนนึงขายกาแฟดริป ดูหน่วยก้านดี น่าจะชงอร่อย ซึ่งก็อร่อยตามคาด เป็นกาแฟดริปคั่วอ่อนที่ใส่ขวดไว้แล้วค่อยเทใส่แก้วเอา เราเดินกันทุกซอกซอยซึ่งก็ไม่ได้ใหญ่มาก ดูของคราฟต์เก๋ๆ แต่ก็ไม่รู้จะซื้ออะไร เพราะของบางอย่างกลัวจะแตกหักระหว่างเดินทาง และคิดว่าตอนก่อนจะกลับไทยคงมีซื้อขนม ของฝาก เพิ่มอีกกระเป๋าก็คงจะเต็มประมาณนึง



ความพีคของที่นี่ก็คือ พวกเราเดินไปถึงร้านทาร์ตไข่ น้ำแข็งไส แต่ที่ร้านมีเป็ด! คุณเป็ดออกมายืนต้อนรับลูกค้าที่มารุมถ่ายรูป ทางพนักงานร้านได้ยืนยัน ว่าคุณเป็ดคือเหลาป่าน (เจ้าของร้าน) การ์ดได้ร่วมสมทบทุนอาหารเป็ด (เจ้าของร้าน) โดยไปกดกาชา เม็ดกลมๆ อะไรซักอย่าง หน้าร้านนี้ พอแกะลูกบอลพลาสติกออกมาก็พบว่าเป็นคำทำนาย ได้ “โชคดีมหาศาล” คุณเป็ดให้โชคแท้ๆ



เดินถัดจากร้านเป็ดมาไม่กี่ก้าวก็เจอกับร้านอะไรซักอย่างที่เรียกให้ลูกค้าเสี่ยงโชค เปิดตู้เย็นสีเขียวหน้าร้านแล้วจะมีเครื่องดื่มปรากฏขึ้นอย่างอัศจรรย์ โดยลูกค้าต้องไปหมุนกาชาปอง แล้วแกะบอลออกมาอ่านว่าได้เครื่องดื่มอะไร เดชะบุญที่การ์ดไปเล่นกาชานี้และได้เครื่องดื่มที่เป็นรางวัลมา แทนที่จะไปสั่งของแปลก เอ้ย เมนูแนะนำพิเศษของร้าน คือ โคล่าใส่ซอสพริก! คือ น่าจะประหลาดเกินนะ เดี๋ยวจะจู๊ดๆ เอา



เมนูที่การ์ดกาชาได้มาคือโคล่าเย็นสูตรพิเศษของร้าน กลิ่นเหมือนยาหม่องใส่พริก ก็อร่อยดี แถมยังได้หอย abalone มาด้วย.. ก็สนุกดี แปลกๆ พวกเรานั่งพักผึ่งแอร์กันในร้านได้ซักพัก ก็เตรียมเรียก Uber ไปยังจุดหมายต่อไป ซึ่งต้องนั่งรถไป 20 นาที ซึ่งก็คือ โรงละครแห่งชาติไถจง (National Taichung Theatre)
อาคารนี้เป็นพื้นที่แสดงศิลปะขนาดใหญ่ ออกแบบโดยสถาปนิกชาวญี่ปุ่น มือรางวัล รูปทรงโค้งสื่อความหมายถึง “ถ้ำเสียง” ซึ่งยากในการก่อสร้างมาก

ชั้นล่างจะมีร้านขายของอาร์ตๆ ดีไซน์สวยๆ ที่เราได้ติดไม้ติดมือกลับไปฝากเพื่อนจำนวนหนึ่ง ส่วนชั้นบนดาดฟ้าจะเป็นสวนลอยฟ้า ภายในอาคารประกอบไปด้วยโรงละคร 3 แห่ง นับว่าเป็นอีกสถานที่ที่ควรมาเที่ยวชมหากได้มีโอกาสมาเที่ยวไถจง






ยามค่ำหลังพระอาทิตย์ตกที่ไต้หวันมาถึงไวจริงๆ เพียงแค่ 6 โมงนิดๆ ก็มืดแล้ว พวกเราเปลี่ยนแผนจากที่คิดว่าจะไปตลาดกลางคืน Feng Chia แถวๆ นี้กันต่อ เป็นกลับไปหาอะไรทานแถวสถานีรถไฟ แถวโรงแรมแทน เพราะเดินยาวๆ กันมาทั้งวันเหนื่อยแล้ว การเดินทางก็ไม่ยากเรียก Uber นั่งไปประมาณ 25 นาที ก็ถึงโรงแรม



เราพักกันซักครู่แล้วออกมาหาข้าวเย็นกินโซนเดิมเหมือนเมื่อวาน ก็คือ แถวสถานีรถไฟนั่นเอง โดยวันนี้เราเปลี่ยนเป็นอาหารญี่ปุ่น ทานเซ็ต ทงคัตสึ และ นาเบะหมู เซ็ตละ 170 NT เท่านั้น ถูกกว่าทานที่ไทยจริงๆ รสชาติก็ใช้ได้โอเคเลย
ทานข้าวกันเสร็จก็กลับมาพักผ่อนกันที่โรงแรม เตรียมตื่นเช้าพรุ่งนี้ เดินทางไกล ไปขึ้นเขาอาลีซาน ที่เฝ้ารอมานาน
Steps: 14,052
