March 2024
Day 4 – 23rd Saturday

หลังจากที่ใช้ร่างกายหนักหน่วง ขึ้นลงเขาไปเมื่อวาน เราก็ได้หลับเอาแรงกันเต็มที่ พวกเราแช่ออนเซ็นกำมะถันในห้องพัก ทั้งก่อนนอนและตอนเช้า (ตอนเช้าแค่แช่เท้า) วันนี้เราได้ตื่นกันสายหน่อย กินข้าวปั้นและกาแฟที่ตุนมาตั้งแต่เมื่อคืน แล้วลงไปเชคเอาท์ตอน 11 โมง

ต้นกุหลาบพันปีหน้าโรงแรม

รอบนี้เราเรียก Uber ให้ไปลงที่สถานี MRT Beitou เลย จะได้ไม่ต้องไปต่อรถที่สถานี Xinbeitou ค่ารถ 150NT รถติดนิดหน่อย แต่ก็เป็นวิธีที่ทำให้เราขนกระเป๋าเดินทางมา MRT อย่างไม่เหนื่อยร่างที่ยังไม่ฟื้นดีมากเกินไปนัก


เรานั่ง MRT สายสีแดงกลับไปที่ Taipei Main Station เพื่อเตรียมขึ้น HSR ไปไถจง

ตอนแรกเราว่าจะกินเบนโตะรถไฟ แต่เวลาเหลือเลยไปทานข้าวกลางวันกันที่ Foodcourt ในห้างในสถานีแทน วันนี้เป็นวันเสาร์ ห้างคนแน่นมาก ร้านอาหารแต่ละร้านล้วนมีคนต่อคิวรอทานกันยาวประมาณนึง มีหลายคนที่ลากกระเป๋าเดินทางไปด้วยเหมือนพวกเรา คงจะมารอขึ้นรถไฟไม่ TRA ก็ HSR เหมือนกัน
Taipei Main Station นอกจากจะเป็นจุดที่เชื่อมกับ MRT สายสีแดงและสีน้ำเงินแล้ว ยังเชื่อมกับสายรถไฟสีม่วงที่วิ่งไปสนามบินเถาหยวน อีกทั้งยังสามารถขึ้นรถไฟธรรมดา TRA และรถไฟความเร็วสูง HSR จากที่นี่ได้ หรือหากจะขึ้นรถบัสไปยังที่ต่างๆ หลายคนก็เลือกที่จะมาเริ่มขึ้นรถบัสจากที่นี่เช่นกัน ตามแต่จุดหมาย


ฟู้ดคอร์ทค่อนข้างแน่นแต่มีคนที่เพิ่งทานเสร็จเสนอโต๊ะให้เราติดโซนด้านนอกเลยมีที่วางกระเป๋าไม่เกะกะคนอื่นเกินไป เราสั่งเป็นหรูโร่วฟ่าน, ขงโร่วฟ่าน และหอยทอด อร่อยมากๆ มาไต้หวันรอบนี้ยังไม่ได้ทานเลย ดีใจสุดๆ ข้าวหมูพะโล้สับและหมูสามชั้นเป็นชิ้นๆ รสชาติกลมกล่อมกำลังดีไม่เค็มเกินไป แถมยังราคาไม่แพงอีกด้วย รวมแล้ว 270NT ได้ 3 อย่าง


เมื่อใกล้ถึงเวลาเดินทางเราก็ไปรอ HSR กัน รถไฟของเราคือขบวนที่ 645 ตู้รถที่ 5 จองที่นั่งมาเรียบร้อยแล้ว รถไฟมาตรงเวลา แนะนำให้ไปรอก่อนถึงเวลารถออกเพื่อไปเตรียมพร้อมและไปต่อแถว เมื่อเข้าไปแล้วจะมีโซนให้เก็บกระเป๋าเดินทางอยู่ด้านหน้าขบวนรถ (หรือจะเอาไว้กับเราตรงที่นั่งก็ได้พอมีที่อยู่) นั่งชมวิวไปประมาณ 1 ชม. ก็เดินทางไปถึง ไถจง

สถานี HSR ที่ไถจงอยู่คนละโซนกับที่พักของเรา โดยที่จะต้องเดินผ่านทางเชื่อมประมาณ 10 นาที ไปยัง TRA Xinwuri แล้วนั่งรถไฟจากตรงนั้นไปที่ Taichung Railway Station ใช้เวลาอีก 10 นาที
ก่อนจะขึ้น TRA รถไฟมีการเปลี่ยนชานชาลา แต่ไม่ได้ขึ้นเตือนบนป้ายด้านบน เราเห็นทุกคนย้ายชานชาลากัน แล้วมี รปภ. มาต้อน เลยไปถามเค้าแล้วตามๆ เค้าไปอีกที ข้ามไปอีกฝั่ง แต่เป็นรถคันเดิม

ขึ้นรถไฟ TRA ไปอีก 10 นาที ก็ถึง Taichung Railway Station เราเลือกพักบริเวณนี้ซึ่งเป็นโซน downtown ของไถจง เพราะเป็นโซนที่ใกล้ที่ที่จะไปเที่ยวหลายที่ ส่วนย่าน city center ซึ่งเป็นโซนธุรกิจ ของไถจงจะอยู่อีกโซน บรรยากาศเหมือนแถวสาทร-ถนนวิทยุ ที่กรุงเทพ (เป็นโซนที่มี MRT)
โซนสถานีรถไฟนี่ก็จะเป็นตึกเก่าๆ หน่อย คล้ายกลางเมืองที่ไทเป (จริงๆ แล้วดูคล้ายแถวแฮปปี้แลนด์นะ) เมื่อก่อนโซนเมืองน่าจะอยู่แถบนี้ สถานีรถไฟของ Taichung Railway Station จะมี 2 อาคาร จะมีสถานีใหม่ที่เราใช้เดินทางกัน เป็นอาคารยุคใหม่ แล้วจะมีสถานีเก่าตั้งอยู่ใกล้ๆ เป็นสถาปัตยกรรมสไตล์ตะวันตกเรเนอซองค์ ที่ญี่ปุ่นสร้างไว้สมัยไทโชซึ่งเดี๋ยวเราจะเดินไปดูกันในช่วงค่ำๆ


พวกเราเช็คอินกันที่โรงแรม โลเคชันของ Mi Casa Hotel คือสุดยอดมาก เดินออกมาจากทางออก 2 ได้ 1 นาที ก็ถึงแล้ว ใกล้สถานีกลาง สุดๆ แบบ โคตรๆ แถมเส้นทางก็ดูเป็นทางที่คนทำงานและนักเรียนเดินกันเยอะ เป็นทางลัดที่ต้องผ่านไปยังสถานีรถไฟ
ทีเด็ดของห้องที่เราพักรอบนี้ที่การ์ดชอบมากๆ คือ ห้องมีระเบียง ที่แดดลงจัดช่วงเย็น ทำให้ตากผ้าได้ฟินสุดๆ พวกเราอาบน้ำ พักผ่อน ผึ่งผ้ากันแปบนึงก็เริ่มเย็นละ เลยกะว่าวันนี้ไปทานข้าวที่Taichung Railway Station ละกัน



วันนี้เป็นวันเสาร์ แถวสถานีคึกคักมากๆ นอกจากจะมีตลาดอีเวนท์ของคราฟต์น่ารักๆ แล้ว ยังมี Pop-up store ของเรื่อง Jujutsu Kaisen อีกด้วย มีคนรอบต่อคิวถ่ายรูปกับแสตนดี์หลายคนเลย รอบๆ บริเวณสถานี มีโซนที่เป็นกระจกเงาให้ ชาว cover dance มาซ้อมเต้นได้ อีกฝั่งก็มีการแสดง ที่คนกำลังถ่ายไลฟ์ ทั้งแสดงเดี่ยว และกลุ่ม ดูเป็น Cultural Area ที่มีพื้นที่ให้ประชาชนได้ใช้ชีวิต ได้เอนจอยกันสุดๆ

โซนอาหารของสถานี มีให้เลือกหลากหลายแนว หลากหลายร้าน อาหารไทยก็มี แต่อาหารญี่ปุ่นจะเยอะหน่อยเนื่องจากไถจงเป็นเมืองที่เคยถูกปกครองโดยญี่ปุ่นมาก่อน ตรงนี้ก็จะมีทั้งโซนฟู้ดคอร์ท ที่มีที่นั่งกระจายอยู่หลายแบบ ทั้งเก้าอี้และโซฟา และโซนร้านอาหารต่างๆ โดยวันนี้เราจะไปลองร้านเสต็คของที่นี่กัน

ร้านเสต็คนี้ชื่อว่า Success Steak House จะเป็นแนว เสิร์ฟมาบนเส้นสปาเกตตี้ หรือเส้นมักกะโรนี โดยเลือกซอสที่ผัดเส้นได้ ในเซตอาหารที่สั่งมาจะรวมบุฟเฟต์เครื่องดื่ม ที่มีทั้งน้ำและสเลอปี้ มีซุปข้าวโพดให้ตักไม่อั้น รวมทั้งไอศกรีม เมนูที่เราสั่งคือ สเต็ค เนื้อ US ริปอายซึ่งชิ้นใหญ่ขนาดนี้ ราคานี้ ไม่แพงเลยถ้าเทียบกับที่ไทย อีกจานเป็นหมูมัตสึซากะ อร่อยนุ่ม ดีมากๆ มื้อนี้สองคนรวมแล้ว 660NT

พออิ่มแล้วก็ออกไปเดินสำรวจกัน พวกเราเดินออกไปชมอาคารเก่าของสถานีรถไฟ บรรยากาศรอบๆ เย็นสบาย ประมาณ 22 องศา ผู้คนออกมานั่งชิวกัน ฟังดนตรีสด ที่มีคนมาเปิดหมวกเล่น ตามโซนต่างๆ แต่ถัดไปไม่กี่เมตรก็มีคนไร้บ้านนอนหลับอยู่แถวนั้นเช่นเดียวกัน

ภาพนี้คือสถานีรถไฟปัจจุบัน
เราเดินกันไปต่ออีกไม่ไกล ก็พบกับอาคารเก่าที่อนุรักษ์ไว้ ทรง Arch ตามโถงทางเดินดูเตะตา ตัวอาคารที่เป็นอิฐสร้างตั้งแต่ปี 1927 ตั้งแต่ยุคที่ญี่ปุ่นยังยึดครองไต้หวันอยู่ อาคารนี้แต่เดิมเป็นโรงพยาบาลจักษุแต่หลังจากถูกทิ้งร้างไปหลายปีก็ได้มีการปรับปรุง ทำแบรนด์ดิ้ง จนกลายเป็นร้านขนมชื่อดัง Miyahara


ร้าน Miyahara แบ่งโซนร้าน เป็นโซนขายขนมของฝาก และอีกโซนเป็นโซนขายไอศกรีม ซึ่งมักจะมีคนต่อคิวยาว (ก็เลยเอาไปไว้อีกโซนไปเลย) โซนที่ขายของฝาก ขายขนม ตกแต่ง interior เป็นแนว Hogwarts สวยเก๋ ชุดพนักงานแต่ละโซนก็ไม่เหมือนกัน เป็นชุดแบบ vintage ลายผ้าสวย น่ารักมากๆ Package Design ของขนมที่นี่ออกแบบสวยน่าซื้อกลับไปฝากหรือเป็นที่ระลึก


พวกเราต่อคิวไม่นานก็ได้ทานไอศกรีม เลือกเป็นรส Honey Cheese, Tieh Kwan Ying Tea, Uganda 80% Smoked Chocolate ใส่ท็อปปิ้งเป็นชีสเค้ก สตรอเบอร์รี่ และบิสกิตต่างๆ ตามสไตล์ของที่นี่ อร่อยดีนะ ถ้าใครแวะมาไถจงก็แวะมาทาน มาซื้อขนมของฝากกันได้

หลังจากนั้นเราแวะไปเดินชมบรรยากาศริมน้ำยามค่ำคืนที่ Shin Sei Green Waterway ที่อยู่ใกล้ๆ ก่อนจะเดินกลับโรงแรม (จากตรงนี้เดินประมาณ 15 นาที)
Steps: 8,684
