Day 1: Taipei เที่ยวไทเปยามค่ำคืน วัดหลงซาน-ซีเหมินติง (2nd time Taiwan)

ไปไต้หวันบ่อยๆ ทำไม?  ก็ไป “กิน” และ “ไปหาที่เดิน” ไง

ปีที่แล้วเราได้มีโอกาสไปเที่ยวไต้หวันเป็นครั้งแรก รู้สึกประทับใจมากอยากจะไปทุกปี ชอบความเป็นประเทศอาร์ตๆ งานดีไซน์สวย อาหารอร่อย ผู้คนน่ารัก ธรรมชาติสวยงาม เดินทางสะดวก ค่าเงินใกล้กับไทย ค่าครองชีพไม่ได้ต่างกับอยู่ไทยมาก และที่สำคัญคือมีเส้นทางเดินเขาให้ไปสำรวจมากมาย

สำหรับทริปไต้หวันของปีนี้เราก็ยังคงอยู่กับฤดูใบไม้ผลิ แต่เปลี่ยนเดือนให้เร็วขึ้นเพื่อที่จะได้เป็นช่วงซากุระบานพอดี รอบนี้เราเปลี่ยนมาบินตอนช่วงกลางวันบ้าง กับ China Airline เครื่องออก 10.55 ไปถึงไทเป 15.25  ระหว่างไฟลท์มีจอให้ดูหนังและเล่นเกมส์เพลินๆ ได้  อาหารที่เสิร์ฟบนเครื่องอร่อยทั้งของคาวและของหวาน ของเราเป็นเนื้ออบกับมันฝรั่ง ของการ์ดเป็นพะแนง มีสลัดและผลไม้เป็นเครื่องเคียง  ขนมหวานเป็นเค้กมะพร้าวทั้งคู่ อร่อยมาก รสชาติคล้ายๆ Amor  วันที่เราเดินทางที่ไทเปช่วงบ่ายมีลมแรง แต่กัปตันก็สามารถนำเครื่องลงจอดได้อย่างสวยงาม

labubu on the plane above the sky
Announcement in progress on the plane. Lego movie is playing in the background.
China Airline lunch onboard.

ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองมารับกระเป๋า ใช้เวลาประมาณ 1 ชม. สำหรับ Terminal1 ได้มีโอกาสเห็นเจ้าหน้าที่กำลังฝึกสุนัขบีเกิล ให้ตรวจหาเนื้อสัตว์และยาเสพย์ติดอยู่แปบนึง จากนั้นเราก็ออกมาลุ้นรางวัล Lucky Land กัน  รอบที่แล้วพวกเรามั่นใจเต็มที่ว่าได้ทั้งคู่แน่ๆ เพราะเห็นคนในกรุ๊ปเที่ยวตอนนั้นโพสว่าได้กันเยอะ แต่ก็ต้องผิดหวัง รอบนี้เลยไม่ได้หวัง คิดประมาณว่า ถ้าได้ก็ดี แต่ไม่น่าได้มั้ง  ผลปรากฏว่าได้ทั้งคู่ซะงั้น!  จนน้องถามว่า ทำยังไง ทำไมได้สองคนเลย

both of us won the 'Taiwan Lucky Land' price. each card has value of 5000 NT

ดีใจตื่นเต้นกันมากๆ แถวนั้นที่ต่อแถวกันเขาก็ไม่ค่อยได้กันนะ  เนื่องจาก Easy Card หมดอยู่ไม่มีให้เลือก รอบนี้เราเลยเลือกเป็น i-pass มา ทีนี้ก็มั่นใจได้ละว่าจะขึ้นรถไฟ รถบัส หรือเข้า 7-11 ก็สามารถใช้บัตรนี้ได้  บัตรที่เราได้มาเป็น i-pass 2.0 จะมีข้อกำหนดอยู่ในเว็บไซต์ว่าสามารถใช้ที่ร้านไหนได้บ้าง จากที่อ่านในกรุ๊ปท่องเที่ยวไต้หวันฯ และประสบมาเอง บางร้านเช่น ABCmart บางสาขา ใช้ไม่ได้  ไม่แน่ใจว่าเพราะเป็นรุ่น 2.0 หรือได้บางสาขาจริงๆ  แต่อย่างน้อย รอบนี้อยู่ 10 วัน ก็ประหยัดค่าเดินทางและค่าของกินเล่นใน 7-11 ไปได้เยอะเลยล่ะ

พวกเราเดินมาแบบมึนๆ ยังไม่หายตกใจ  ใช้บัตร i-pass ที่ได้มาแตะเข้า MRT มา แล้วก็เดินขึ้นรถ MRT สายสีน้ำเงินคันแรกที่มาทันทีอย่างมาดมั่น  จากนั้นก็นึกขึ้นได้ว่า อ่าว เราตั้งใจจะขึ้นสายสีม่วงนี่หว่า เพราะเร็วกว่า  แต่ไม่เป็นไร ขึ้นสายสีน้ำเงินแล้วมีที่นั่ง นับว่าโชคดี รถวิ่งช้ากว่าสายสีม่วงทำให้เราไม่มึนหัว (เราเป็นคน motion sickness หนักประมาณนึง) และได้ชมวิว ระหว่างทางเถาหยวน เข้า ไทเป จากเส้นทางนี้บ้าง  รถไฟแล่นผ่านตึกรามบ้านช่อง โรงพยาบาล ห้าง outlet และภูเขาสีเขียวที่มีดอกไม้หลากสีบานแซมเป็นระยะ ประมาณเกือบ ชม. เราก็ถึงกลางกรุงไทเป

scenery along the way to Taipei from the express train.
Hotel Relax III at night

ไทเปในเดือนมีนาคม อากาศยังแปรปรวนอยู่ เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวหนาว ไม่ได้ต่างจากเดือนพฤษภาคมที่มาปีที่แล้วมาก แต่ทั้งทริปนี้โชคดีเราแทบไม่เจอฝน  ในวันแรกที่เราไปถึง  ออกจาก Taipei Main Station มาก็สัมผัสได้ถึงลมหนาว ประมาณ 17 องศา ในช่วงเวลาประมาณ หกโมงครึ่ง  เราลากกระเป๋ากันไปไม่ไกลก็ถึง Hotel Relax III เป็นที่พักที่เดินทางง่าย มีชักโครกแบบญี่ปุ่น กดปุ่มได้ เตียงนอนสบาย และมีตั๋วให้ไปรับคราฟเบียร์ฟรี 2 แก้ว อีกด้วย

(คืนละ 2,635 THB ได้อัพเกรดห้องใหญ่ขึ้น) พวกเราหิวกันมากเลยว่าจะออกมากินข้าวเย็นแถวใกล้ๆ โรงแรมกันก่อน

เราไปกินข้าวหมูแดงข้าวหมูกรอบสไตล์ฮ่องกงที่  Hao Wei Hong Style BBQ ตอนที่ไปถึงร้านใกล้จะปิดแล้ว เมนูเป็นภาษาจีนทั้งหมดแต่แคชเชียร์พอจะพูดภาษาอังกฤษได้  พวกเราใช้ Google Lens ส่องแล้วชี้ๆ เอา  เป็นข้าวหมูแดงหมูกรอบที่อร่อยมากกก คิดถึงตอนไปฮ่องกงเลย

Hongkong style crispy pork with rice at Hao Wei Hong Style BBQ.

จากนั้นเราก็นั่ง MRT สายสีน้ำเงินไปที่วัดหลงซานกัน โดยรอบนี้มาตอนกลางคืนบ้าง ก็สวยไปอีกแบบ โชคดีที่เค้ายังประดับโคมไฟจากช่วงตรุษจีนและเทศกาลโคมไฟจากเมื่อปลายกุมภาพันธ์อยู่  วัดหลงซานเป็นวัดที่เราชอบมาไหว้ขอพรเอาฤกษ์เอาชัยตอนต้นทริป มีเจ้าแม่กวนอิมศักดิ์สิทธิ์ เทพพระจันทร์ (สำหรับคนอยากขอเรื่องความรัก) หมอฮัวโต๋ และเทพอีกมากมาย โดยทางวัดจะมี QR code ให้แสกนอ่านประวัติเทพองค์ต่างๆ ได้

Lung Shan temple at night, Taipei

มีความรู้สึกว่ามาช่วงกลางคืนคนน้อยกว่าช่วงกลางวัน และเหมือนจะไม่ได้จุดธูป ใครอยากมาวนเครื่องรางกับควันธูปอาจจะต้องมาช่วงกลางวันนะ  แต่ส่วนตัว คิดว่ามากลางคืนก็ได้บรรยากาศสวยๆ ไปอีกแบบ และจิตสงบดี

Lunar new year lanterns at Lung Shan temple at night, Taipei
Lung Shan temple at night, Taipei

ถัดจากวัดหลงซานเราก็ไปเดินชม Ximending ยามค่ำคืนกันบ้าง (รอบที่แล้วไม่ได้ไปตอนกลางคืนเพราะหลับตั้งแต่เย็น.. บินไฟลท์ตีสองถึงไทเปหกโมงเช้า แทบไม่ได้หลับบนเครื่องจ้า เพราะเป็นคนตื่นง่าย)

Ximending at night, Taipei

ซีเหมินติงช่วงกลางคืนวันพุธ อากาศ 15 องศา ผู้คนก็ยังคงหนาแน่นคึกคัก ร้านรวงตลาดกลางคืนแบบรถเข็นตั้งตามจุดต่างๆ บางร้านก็เป็นร้านขายของทั่วไป เช่น ถุงเท้า หรือของคราฟต์น่ารักๆ เปิดร้านประหนึ่ง vending กันหลายจุดเลย แต่เหมือนพอถึงเวลาเค้าจะลากรถย้ายโลเคชัน แล้วยังมีคนตามมาต่อแถวยาวในทันทีอีกด้วย  ร้านขายเสื้อผ้าวัยรุ่นในซอกซอยต่างๆ ให้ฟีลเหมือนสยามแสควร์อยู่เหมือนกัน  แฟชันสวยและราคาไม่ค่อยแพง   พวกเราไป POPMART ก่อนที่ร้านจะปิด มีฟิกเกอร์น่ารักมากมาย ได้ยินเสียงพูดคุยภาษาไทยอยูในร้านแทบทุกชั้นเลย

my labubu in front of POPMART Ximending
inside POPMART Ximending, Taipei

ออกมาก็เริ่มรู้สึกว่าหนาวขึ้นเรื่อยๆ เพราะลมแรง เลยไปหาเกี๊ยวซ่า และไส้กรอกไก่บด ร้อนๆ กินกับเบียร์ ฟินสุดๆ ณ ตอนนั้นเรายังกังวลเรืองตั๋วรถขึ้นอาลีซานในวันจันทร์หน้าอยู่ เลยโฟกัสที่การตามหาร้าน Familymart ที่พนักงานพอจะช่วยเรากดเครื่อง Famiport ได้ 

grilled chicken sausage at street food vendor store

ถ้าให้อธิบายเรื่องตั๋วรถขึ้นอาลีซานสั้นๆ ก็คือ เราสามารถซื้อตั๋วใน klook หรือเอา easycard แตะขึ้นรถ 7329 เลยได้ก็จริง แต่แบบนั้นจะเป็นเวอร์ชันไม่ได้สำรองที่นั่งไว้ก่อน จะต้องไปรอที่ท่ารถที่ HSR Chiayi และรอคิวให้คนที่จองไว้แล้วขึ้นก่อนให้ครบ ที่นี้พอมันเป็นหน้าซากุระบานเราก็กังวลว่าเอ๊ะรถมันจะเต็มไหม ขนาดที่พักยังเต็มสุดๆ ตั้งแต่จองตอนปลายปีที่แล้ว อยากได้ตั๋วแบบจองที่นั่งไว้ก่อนจัง ซึ่งถ้าจะจองตั๋วแบบนั้นต้องมาให้ถึงไต้หวันก่อน แล้วกดเอาจากเครื่อง Famiport ในฟังก์ชันภาษาจีน.. (ภาษาอังกฤษมันทำได้แค่ไม่กี่อย่าง ไม่มีจองตั๋วบัส) เราเดินหา Familymart กัน 3-4 ที่ ดูพนักงานทำไม่ค่อยเป็นแต่ก็พยายามช่วย จนเรามาเจอสาขาที่ตั้งใจจะช่วยเราจนถึงที่สุด น่ารักมากๆ แต่ผลปรากฏว่า รอบที่เราต้องการจะเดินทาง ที่เต็มแล้วจ้าาาา  เลยได้แต่ขอบคุณเค้า แล้วต้องยอมถอยจากแผนการนี้ มาหาทางกันใหม่อีกที  ตอนหลังเรามารู้ว่า เค้าน่าจะสำรองที่นั่งให้จองใน Famiport ได้ไม่เยอะ เพราะมีคนมาขึ้นแบบไม่ได้จองที่ในแต่ละวันเยอะเหมือนกัน / (สุดท้ายเรื่องตั๋วรถขึ้นอาลีซาน เราไปจองทัวร์ที่เพจ Taiwan in Thailand เพิ่งมาโปรโมทว่าเปิดให้บริการเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาพอดี นับว่ามีรถพาขึ้นไปบนเขาละ ค่อยหาทางลงมากันอีกทีละกันนะ เฮ้อ รอด)

complimentary craft beer from Hotel Relax III

หลังจากนั้นเราก็ไปรับ Complimentary Beer ของโรงแรมก่อนที่ร้านเขาจะปิด เป็นคราฟเบียร์ที่อร่อยมากๆ ประทับใจ คิดว่าถ้าไปรอบหน้าแล้วพักแถว Taipei Main Station ก็จะพักที่นี่อีกนะ

Steps: 14,533